กันยายน 24, 2021 10:50 pm

แนะนำ ตู้เย็น เครื่องใช้ไฟฟ้า ช่วยประหยัดไฟ ควรเลือกแบบไหน และตรงกับการใช้งาน

ตู้เย็น  เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับประเทศที่อากาศร้อนอบอ้าวอย่างเมืองไทย เพราะช่วยในการเก็บอาหารให้คงความเย็นไว้ตลอดเวลา ไม่เน่าเสีย เรียกว่าเป็นตัวช่วยสำคัญที่แทบทุกบ้านต้องมี ซึ่งในปัจจุบันนี้ ตู้เย็นในท้องตลาดก็มีให้เลือกมากมายหลากหลายแบรนด์ ทั้งตู้เย็นแบบ 1 ประตู ตู้เย็น 2 ประตู และหลายประตู ยังไม่รวมถึงเทคโนโลยีกระจายความเย็นและระบบต่าง ๆ อีกมากมาย แต่หลักสำคัญในการเลือกซื้อตู้เย็นที่ควรพิจารณาเป็นเรื่องแรกก็คือ การประหยัดไฟ เพื่อทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในบ้านได้มากขึ้น

หลายคนอ่านมาถึงตรงนี้ อาจจะอยากรู้แล้วว่า เราควรเลือกตู้เย็นแบบไหนที่ตรงกับการใช้งาน ไลฟ์สไตล์ และช่วยประหยัดไฟมากที่สุด

ตู้เย็น มีกี่ประเภท ก่อนจะไปเลือกซื้อตู้เย็น เรามาทำความรู้จักประเภทของตู้เย็นกันก่อนดีกว่าว่ามีกี่แบบกันบ้าง
ตู้เย็นเล็ก หรือ Mini Bar
ตู้เย็นขนาดเล็กกะทัดรัด 1 ประตู บางรุ่นมีช่องแช่แข็งแยก (แล้วแต่รุ่น) สามารถแช่เครื่องดื่มหรืออาหารขนาดเล็ก จำนวนไม่มาก เหมาะกับอพาร์ตเมนต์หรือห้องที่มีพื้นที่จำกัด
ตู้เย็น 1 ประตู
ตู้เย็นขนาดกลาง เหมาะกับการใช้งานในครัวเรือน ภายในแบ่งสัดส่วนเป็นช่องแช่เย็นและช่องแช่แข็ง ด้านข้างประตูเป็นชั้นวางเครื่องดื่ม มีลิ้นชักด้านล่างเป็นช่องสำหรับเก็บผัก-ผลไม้
ตู้เย็น 2 ประตู
ตู้เย็นขนาดกลางค่อนไปทางใหญ่ เป็นที่นิยมใช้ในบ้านเรือน มีการแยกส่วนช่องแช่เย็นและช่องแช่แข็งออกจากกันอย่างชัดเจน สะดวกต่อการใช้งาน มีทั้งแบบช่องแช่แข็งอยู่ข้างบนและอยู่ข้างล่างให้เลือกใช้ตามชอบ
ตู้เย็น Side-by-Side
ตู้เย็นขนาดใหญ่ เหมาะกับการใช้งานในครอบครัวขนาดใหญ่ มี 2 ประตูที่เปิดได้ทั้งซ้ายและขวา เพิ่มความสะดวกในการหยิบของ และสามารถเก็บอาหารได้จำนวนมาก
ตู้เย็นหลายประตู
ตู้เย็นขนาดใหญ่มาก ด้านบนจะเป็นประตูเปิดได้ทั้งซ้ายและขวา ส่วนด้านล่างจะเป็นลิ้นชักสำหรับแช่ผัก-ผลไม้ และช่องแช่แข็ง ทำให้เก็บอาหารได้เป็นระเบียบมากขึ้น และสะดวกในการหยิบใช้

วิธีเลือกตู้เย็นแบบไหน ที่ใช่สำหรับเรา
การจะเลือกซื้อตู้เย็นคู่บ้านสักเครื่อง ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง มาดูกัน

1. เลือกตู้เย็นประหยัดไฟ
เป็นเรื่องสำคัญอันดับต้น ๆ เพราะตู้เย็นเป็นอุปกรณ์ที่ต้องเสียบปลั๊กทำงานอยู่ตลอดเวลา จึงควรเลือกที่กินไฟน้อยและช่วยประหยัดไฟ ซึ่งดูได้จากฉลากแสดงเบอร์กำกับไว้ เลขที่ประหยัดไฟมากที่สุดคือ 5 และจะมีรายละเอียดการใช้ไฟ แสดงค่าไฟฟ้าเฉลี่ยต่อปีด้วย ยกตัวอย่างเช่น

ตู้เย็นฉลากเบอร์ 3 : กินไฟ 332 หน่วยต่อปี ต้องเสียค่าไฟประมาณ 840 บาท
ตู้เย็นฉลากเบอร์ 4 : กินไฟ 262 หน่วยต่อปี ต้องเสียค่าไฟประมาณ 644 บาท
ตู้เย็นฉลากเบอร์ 5 : กินไฟ 220 หน่วยต่อปี ต้องเสียค่าไฟประมาณ 573 บาท

2. ขนาดและความจุของตู้เย็น
ตู้เย็นมีหน่วยวัดขนาดเป็น คิว หรือลูกบาศก์ฟุต (ขนาดกว้าง x ยาว x สูง = 1 ฟุต) หรือถ้าจะพูดให้เห็นภาพง่าย ๆ ก็เหมือนขนาดถุงสำหรับซื้อของตามซูเปอร์มาร์เกต ควรเลือกให้มีขนาดที่พอเหมาะกับสิ่งที่จะใส่เข้าไป และให้พอดีกับจำนวนคนในครอบครัว เช่น

1 คน เหมาะกับตู้เย็น Mini Bar หรือตู้เย็นขนาด 1.6 คิว หรือไม่เกิน 2.5 คิว
ครอบครัวขนาดเล็ก สมาชิก 2-4 คน ควรเลือกใช้ตู้เย็นขนาด 6-10 คิว
ครอบครัวขนาดกลางหรือใหญ่ ควรเลือกใช้ตู้เย็นขนาด 15 คิวขึ้นไป หรือตู้เย็นหลายประตู

นอกจากการดูจำนวนสมาชิกในครอบครัวแล้ว ยังควรคำนึงถึงความถี่ในการใช้ ความถี่ในการทำอาหาร และพฤติกรรมการกินด้วย กินมากน้อยหรือบ่อยอย่างไร เพื่อให้ได้ตู้เย็นที่มีขนาดเหมาะสมและตรงกับการใช้งานจริง ๆ

3. ฟังก์ชันการใช้งาน
ตู้เย็นแต่ละแบรนด์ก็มีฟังก์ชันการทำงานที่คล้าย ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นชั้นวางขวดน้ำข้างประตู ลิ้นชักแช่ผัก-ผลไม้ที่แยกเป็นสัดส่วน ช่องแช่เย็นที่ปรับลดอุณหภูมิได้ ชั้นวางที่ถอดได้เพื่อสะดวกในการปรับแยกและทำความสะอาด ระบบละลายน้ำแข็ง และถาดน้ำแข็งแบบบิดได้ เป็นต้น เป็นเรื่องพื้นฐานที่ควรใส่ใจเพื่อให้ตรงกับความต้องการของเราที่สุด

4. นวัตกรรมของตู้เย็น
นวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เสริมเข้าไปในการทำงานของตู้เย็นสมัยนี้ก็เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของผู้ใช้มากขึ้น เช่น

ระบบทำความเย็นแบบคู่ (Dual Cooling System) แยกกระจายลมเย็นของช่องแช่แข็งกับช่องปกติออกจากกัน ทำให้ได้ความเย็นที่เหมาะกับการใช้งาน
ระบบกรองอากาศ (Air Filtration) แบบคาร์บอน ช่วยลดกลิ่นอับ
ระบบการจัดการพลังงานภายในอัตโนมัติ (Inverter) ช่วยทำความเย็นได้อย่างเหมาะสม ละลายน้ำแข็งอัตโนมัติ ทำให้ตู้เย็นไม่ทำงานหนักจนเกินไป และช่วยประหยัดไฟได้ด้วย
ระบบควบคุมความชุ่มชื้น (Moist Fresh Zone) ช่วยยืดอายุให้ผัก-ผลไม้คงความสดไว้ได้นานขึ้น
ระบบฟอกอากาศ (Anti-Bacterial Protector) ช่วยลดเชื้อโรคหรือเชื้อแบคทีเรีย รวมถึงช่วยกำจัดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ด้วย

5. ดีไซน์
ด้วยรูปทรงแบบกล่องที่คล้ายกัน แต่อาจต่างกันที่สีสันและลวดลาย การเลือกตู้เย็นที่มีดีไซน์เหมาะกับพื้นที่หรือห้องที่เราจะวางก็จะช่วยเสริมลุคของห้องให้ดูดีตามไปด้วย เช่น ถ้าจัดห้องเป็นสีขาวสไตล์มินิมอล ควรเลือกตู้เย็นขนาดเล็กที่มีสีอ่อน หรือถ้าจะวางตู้เย็นในห้องครัวโทนสีเข้มและมีพื้นที่ ก็อาจจะเลือกเป็นตู้ขนาดกลาง-ใหญ่ สีดำหรือสีเข้ม เป็นต้น

6. ความแข็งแรงทนทานของวัสดุ
วัสดุภายในตู้เย็นควรมีคุณภาพ แข็งแรง ทนทาน รองรับน้ำหนักได้ดี และทำความสะอาดได้ง่าย นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเสียงดังรบกวนขณะที่ตู้เย็นทำงานด้วย

7. ราคาตู้เย็น
ปัจจุบันตู้เย็นในท้องตลาด มีขนาด ความจุ และนวัตกรรมใหม่ ๆ มากมาย ส่งผลให้ราคาแตกต่างกันไป ซึ่งแต่ละแบบก็มีราคาโดยประมาณ ดังนี้

ตู้เย็นเล็ก Mini Bar ราคาประมาณ 4,000-6,000 บาท
ตู้เย็น 1 ประตู ราคาประมาณ 5,000-7,000 บาทขึ้นไป
ตู้เย็น 2 ประตู ราคาประมาณ 9,000-20,000 บาทขึ้นไป
ตู้เย็น Side-by-Side ราคาประมาณ 40,000-100,000 บาทขึ้นไป
ตู้เย็นหลายประตู ราคาประมาณ 50,000-160,000 บาทขึ้นไป

8. เลือกที่มีบริการหลังการขาย ศูนย์ซ่อมบำรุง
เรื่องประกันหลังการขายและศูนย์ซ่อมบำรุง ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ควรใส่ใจด้วย เพราะบางรุ่นมีระยะเวลาประกันคอมเพรสเซอร์และอะไหล่ที่แตกต่างกันไป โดยทั่วไปแล้วจะอยู่ที่ 3-5 ปี บางรุ่นก็อาจจะประกันถึง 10 ปีเลยทีเดียว นอกจากนี้ควรเลือกแบรนด์ที่มีศูนย์ซ่อมบำรุงอยู่ใกล้บ้านเพื่อสะดวกในการส่งซ่อม

ตู้เย็นประหยัดไฟ ยี่ห้อไหนดี ปี 2021
ตู้เย็นเล็ก MiniBar

1. ตู้เย็น Mini Bar Toshiba รุ่น GR-D906DH

ขนาดความจุ 3.0 คิว รูปลักษณ์สวยงาม ขนาดเล็กกะทัดรัด กระจายความเย็นได้เร็ว มีระบบละลายน้ำแข็งพร้อมถาดรองน้ำทิ้ง มือจับแบบฝังด้านบนเพื่อความสวยงาม พร้อมหลอดไฟภายในตู้เพื่อความสว่าง ทำความสะอาดง่าย ขนาดกว้าง 47.5 ซม. ลึก 50 ซม. สูง 75.6 ซม. ราคาประมาณ 5,290 บาท

2. ตู้เย็น Mini Bar Electrolux รุ่น EUM0500SB

ขนาดความจุ 1.6 คิว ขนาดเล็ก ประหยัดพื้นที่ ประตูทำจากสเตนเลสสตีล ทนทาน มีระบบทำความเย็นโดยตรง ช่วยรักษาอุณหภูมิให้คงที่ คงความสดใหม่ให้อาหารได้นานขึ้น นอกจากนี้ยังมีชั้นวางที่ทำจากกระจกนิรภัยให้รูปลักษณ์ที่สวยงาม แข็งแรง และทำความสะอาดง่าย ขนาดกว้าง 47.4 ซม. ลึก 44.7 ซม. สูง 49.6 ซม. ราคาประมาณ 4,990 บาท
ตู้เย็น 1 ประตู

3. ตู้เย็น 1 ประตู Hitachi รุ่น i-Defrost R-64W

ขนาดความจุ 6.6 คิว มีระบบ i-Defrost ช่วยละลายน้ำแข็งอัตโนมัติ ชั้นวางกว้างทำจากกระจกนิรภัย รับน้ำหนักได้มาก ทำความสะอาดง่าย มีช่องแช่แข็งขนาดใหญ่ เก็บอาหารได้เยอะ ภายในตู้มีหลอดไฟ LED ให้ความสว่าง ขนาดกว้าง 56.1 ซม. ลึก 62.8 ซม. สูง 121.8 ซม. ราคาประมาณ 6,490 บาท
4. ตู้เย็น 1 ประตู Mitsubishi รุ่น MR-17N/SL

ขนาดความจุ 6 คิว ดีไซน์สวยเฉี่ยว สวยงามหรูหรา เพิ่มฉนวนกันความร้อน เสริมความแข็งแรงภายในบานประตูทำให้เก็บรักษาความเย็นได้ดีขึ้น มีระบบละลายน้ำแข็งกึ่งอัตโนมัติแบบยกถาดเทและแบบระเหยน้ำทิ้งอัตโนมัติ ชั้นวางแบบฟรีสไตล์ ปรับระดับสลับตำแหน่งได้ รองรับน้ำหนักได้ดี บริเวณขอบยางตู้เย็นผสมสาร Anti-Bacteria ยับยั้งเชื้อรา ขนาดกว้าง 55.5 ซม. ลึก 57.9 ซม. สูง 115.9 ซม. ราคาประมาณ 5,790 บาท
5. ตู้เย็น 1 ประตู Sharp รุ่น SJ-G19S-BL

ขนาดความจุ 6.5 คิว ชั้นวางของออกแบบพิเศษ เลือกปรับเป็นครึ่งชั้นหรือพับเก็บได้เพื่อแช่อาหารขนาดใหญ่และช่องแช่แข็งขนาดใหญ่ถึง 33 ลิตร มีระบบละลายน้ำแข็งกึ่งอัตโนมัติ ขอบยางประตูถอดล้างทำความสะอาดได้ นอกจากนี้ขาตั้งยังออกแบบมาให้ติดตั้งกับตัวตู้เย็น สะดวกในการเคลื่อนย้าย ขนาดกว้าง 53.5 ซม. ลึก 56 ซม. สูง 126 ซม. ราคาประมาณ 4,990-5,790 บาท
ตู้เย็น 2 ประตู

6. ตู้เย็น 2 ประตู LG รุ่น GN-B372SLCG

ขนาดความจุ 11 คิว ด้วยคอมเพรสเซอร์ระบบอินเวอร์เตอร์ที่จะปรับระดับความเย็นในตู้ตามปริมาณอาหารที่แช่ภายในและอุณหภูมิภายนอกตัวเครื่อง ช่วยประหยัดพลังงาน ทำงานเงียบ ไม่มีเสียงดังรบกวน มีระบบกระจายลมเย็นหลายทิศทางและช่องแช่แบบ Moist Balance Crisper ที่ช่วยคงความชุ่มชื้นภายในช่องแช่ผัก ทำให้ผัก-ผลไม้สดใหม่ยาวนานขึ้น ชั้นวางดึงออกได้สะดวกทั้งการใช้งานและการทำความสะอาด ขนาดกว้าง 60 ซม. ลึก 66.5 ซม. สูง 169 ซม. ราคาประมาณ 12,990 บาท
7. ตู้เย็น 2 ประตู Samsung รุ่น RT32K5534UT

ขนาดความจุ 11.4 คิว ระบบ Twin Cooling Plus™ ทำความเย็นให้ส่วนต่าง ๆ ของตู้เย็นแยกจากกัน ลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ มีโหมดการแปลงช่องแช่แข็งให้กลายเป็นช่องแช่เย็นได้ง่าย ๆ เพื่อเก็บรักษาความสดใหม่ของอาหาร ระบบ Power Cool ทำให้อาหารและเครื่องดื่มเย็นเร็วขึ้น และระบบ Power Freeze เหมาะสำหรับการแช่แข็งหรือทำน้ำแข็ง พร้อมระบบ Anti-Bacterial Protector ที่อากาศจะถูกส่งผ่านแผ่นกรอง Activated Carbon ทำให้อากาศภายในสะอาดและปราศจากเชื้อโรคและกลิ่นไม่พึงประสงค์ ขนาดกว้าง 60 ซม. ลึก 67.2 ซม. สูง 171.5 ซม. ราคาประมาณ 15,990 บาท
8. ตู้เย็น 2 ประตู Panasonic รุ่น NR-BX418V-S

ขนาดความจุ 13.1 คิว ดีไซน์ใหม่ช่องแช่แข็งอยู่ด้านล่าง ระบบกระจายความเย็นแบบ Direct Cool ละลายน้ำแข็งอัตโนมัติ ระบบกำจัดกลิ่น AG Clean มีเทคโนโลยีคอมเพรสเซอร์ระบบอินเวอร์เตอร์ที่ช่วยประหยัดพลังงานสูงสุด มีชั้นวางของทำจากกระจกนิรภัย แข็งแรง รับน้ำหนักได้มาก ทำความสะอาดได้ง่าย ขนาดกว้าง 68.5 ซม. ลึก 69.8 ซม. สูง 162.4 ซม. ราคาประมาณ 16,900 บาท
ตู้เย็น Side-by-Sid

9. ตู้เย็น Side-by-Side Samsung รุ่น RS62R5001B4/ST

ขนาดความจุ 23.7 คิว ด้วยเทคโนโลยี SpaceMax™ ทำให้ผนังตู้บางลงจึงช่วยเพิ่มพื้นที่ภายในเก็บของได้มากขึ้นถึง 617 ลิตร และประหยัดพลังงานและทำงานเงียบด้วย Digital Inverter Compressor มีระบบกระจายความเย็น All-Around Cooling ช่วยรักษาอาหารให้คงความสดใหม่ได้ยาวนานขึ้น และปุ่ม Power Cool ที่สามารถเป่าอากาศเย็นเข้าไปที่ช่องแช่เย็น เพื่อเร่งให้อาหารและเครื่องดื่มเย็นเร็วขึ้น ขนาดกว้าง 91.2 ซม. ลึก 71.6 ซม. สูง 178 ซม. ราคาประมาณ 36,990 บาท10. ตู้เย็น Side-by-Side Electrolux รุ่น ESE5301AG-TH

10. ตู้เย็น Side-by-Side Electrolux รุ่น ESE5301AG-TH

ขนาดความจุ 17.7 คิว ด้วยเทคโนโลยี 360 Cooling กระจายอุณหภูมิภายในให้ทั่วถึงและคงที่ คงความสดของอาหารให้ยาวนาน พร้อมกับระบบ FreshTaste Deodoriser ช่วยให้ปลอดเชื้อแบคทีเรียและกลิ่นไม่พึงประสงค์ และมีเทคโนโลยี NutriFresh Inverter ที่รักษาอุณหภูมิและช่วยประหยัดพลังงานด้วย ขนาดกว้าง 92.3 ซม. ลึก 63.6 ซม. สูง 182.1 ซม. ราคาประมาณ 43,990 บาท

ออกแบบบ้าน 

Comments (0)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *