กันยายน 26, 2021 2:13 am

วิธี เลือก หลังคา ท้าแดดฝน เหมาะกับเมืองไทย เหมาะกับบ้านคุณ

วิธี เลือก หลังคา ท้าแดดฝน เหมาะกับเมืองไทย เหมาะกับบ้านคุณ

รูปแบบ หลังคา ทรงไหน ท้าแสงแดดและลมฝน ปัญหาเรื่องความเหมาะสมของรูปทรงหลังคาบ้านกับสภาพอากาศในประเทศไทย ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องคำนึงถึงก่อนสร้างบ้านอยู่เสมอ นั่นเป็นเพราะในเมืองไทยทุกภูมิภาคมีลักษณะเฉพาะของอากาศที่มีทั้งแดด ฝน และลมมรสุม หากไม่มีวัสดุที่ดีช่วยกำบังปกป้องให้บ้าน หรือเลือกรูปทรงหลังคาไม่เหมาะสมแล้ว การอยู่อาศัยภายใต้หลังคาบ้านอาจไม่ได้รับความสุขสบายในแบบที่ควรจะเป็น เนื้อหาชุดนี้ขอพาคุณผู้อ่าน ทำความรู้จักกับ 5 รูปแบบหลังคาที่ได้รับความนิยมสูงในประเทศไทย โดย 3 รูปทรงแรก เป็นรูปทรงมาตรฐานที่เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศโดยรวม ส่วนอีก 2 ทรงหลังคา เป็นหลังคาที่ได้รับความนิยมสูงแต่อาจไม่เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศ จึงต้องมีแนวทางป้องกันก่อนวางแผนสร้างจริงครับ

 

หลังคาทรงจั่วสองชั่น

 

เป็นหลังคามาตรฐานของบ้านในเมืองไทยที่พบเห็นกันได้มากที่สุด แม้จะเป็นรูปแบบหลังคาที่ง่าย แต่ด้วยรูปร่างที่ประกอบขึ้นเป็นผืนหลังคาสองข้างประกบกันซึ่งทำให้เกิดความลาดชัน จึงระบายน้ำฝนได้รวดเร็วไม่ค้างอยู่บนหลังคา ชายคายื่นยาวออกมาจากตัวบ้านป้องกันละอองฝนได้ดี ลักษณะรูปทรงที่มีสันสูงทำให้เกิดพื้นที่ว่างใต้โถงหลังคามาก ซึ่งช่วยให้การระบายความร้อนออกจากตัวบ้านสะดวกขึ้น ปัจจุบันมีการนำหลังคาทรงนี้ไปประยุกต์ทำเป็นหลังคาจั่วสองชั้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายอากาศได้ดียิ่งขึ้นไปอีก แต่มีข้อควรระวังคือควรทำช่องปิดระหว่างชั้นของหลังคา เพื่อป้องกันฝนสาดเข้ามาตามช่องว่างในวันที่มีฝนตกแรงหรือมีพายุ

Tip: ก่อนลงมือสร้างบ้านจำเป็นต้องสำรวจทิศทางลมและฝนก่อน เพื่อออกแบบผืนหลังคาให้หันรับกับแนวฝน และหันด้านจั่วให้รับกับทางลมเพื่อให้การระบายความร้อนที่สะสมใต้หลังคาทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หลังคาทรงปั่นหยา

หลังคาทรงปั้นหยา

ด้วยรูปทรงที่ดูเรียบหรู ดูดี ทำให้หลังคาปั้นหยาเป็นทรงหลังคาที่นิยมใช้ในหมู่บ้านจัดสรร รวมทั้งรีสอร์ททั่วไปจำนวนมาก จุดเด่นของหลังคาปั้นหยาคือความสมดุลของหลังคาทั้ง 4 ด้าน ประจบชนกันที่ปลายด้านบนเหมือนปิรามิด สามารถป้องกันแดด ป้องกันฝนได้ทุกด้าน ทั้งยังทนต่อการปะทะจากแรงลมได้ดี เหมาะสำหรับบ้านในบริเวณที่มีสภาพอากาศรุนแรงของฝน ลมพายุ อย่างชายฝั่งทะเล แต่หลังคารูปแบบนี้มีข้อด้อย คือ หลังคาเป็นทรงปิดไม่มีหน้าจั่วที่ช่วยระบายความร้อน จึงต้องปรับประยุกต์เลือกติดฝ้าชายคาที่มีร่องระบายอากาศ อากาศที่สะสมใต้โถงหลังคาจะช่วยถ่ายเทความร้อนผ่านฝ้าชายคา นอกจากนี้ หลังคาทรงปั้นหยาเป็นหลังคาที่มีปัญหารั่วซึมน้อยกว่าหลังคารูปทรงอื่น ๆ อีกด้วยครับ

หลังคาทรงมะนิลา

หลังคาทรงมะนิลา

เป็นหนึ่งทรงหลังคาที่ใช้งานได้ดีในสภาพอากาศเมืองไทย นิยมใช้กันมากในกลุ่มบ้านสร้างเองทุก ๆ ภูมิภาค คุณสมบัติเด่นของหลังคามะนิลาจะรวมจุดแข็งของหลังคาสองแบบ คือ หลังคาทรงจั่ว + หลังคาปั้นหยาเข้าไว้ด้วยกัน ลักษณะเด่นของหลังคาปั้นหยา มีความแข็งแรง สามารถปะทะแรงลมได้ดี กันแดดและฝนให้บ้านได้รอบด้าน เมื่อมาผสมผสานกับหลังคาจั่วที่มีสันหลังคาสูง ทำให้หลังคาระบายน้ำออกไปได้อย่างรวดเร็วในวันที่ฝนตกชุก และระบายความร้อนออกทางช่องลมได้ง่ายในวันที่แดดร้อน ด้วยคุณสมบัติที่เหมาะสมนี้เราจึงมักพบเห็นหลังคาแบบนี้ได้มากในเรือนทรงไทยล้านนา และเรือนไทยประยุกต์ในภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ

หลังคาเพิงหมาแหงน

หลังคาทรงหมาแหงน

ทรงหลังคาที่ไม่ใช่น้องใหม่แต่มาแรงในช่วงนี้ต้องยกให้หลังคาเพิงหมาแหงน หรือเรียกเท่ ๆ ว่า Lean To อาจเนื่องด้วยรูปทรงของหลังคาที่ดูเรียบ โฉบเฉี่ยว ทำให้ดูเท่ ทันสมัย จึงกลายเป็นหลังคาที่ได้รับความนิยมสูงในยุคปัจจุบัน แต่ด้วยความลาดเอียงของหลังคาประเภทนี้มีไม่มากนัก เป็นผลให้การระบายน้ำฝนยังทำได้ไม่ดีพอ จึงอาจจะทำให้เกิดปัญหาน้ำรั่วซึม เจ้าของบ้านจึงนิยมใช้วัสดุเมทัลชีทมาทำหลังคาแทน แต่ด้วยรูปทรงหลังคาที่มีโถงหลังคาต่ำ ประจวบกับวัสดุเมทัลชีทซึ่งเป็นโลหะนำความร้อน ส่งผลให้บ้านร้อนมากกว่าทรงหลังคาทั่วไป

การนำหลังคาเพิงหมาแหงนมาใช้สร้างบ้าน จึงต้องออกแบบให้โถงหลังคาด้านสูง สูงอย่างน้อย 1 เมตร เพื่อสามารถติดตั้งฉนวนกันความร้อนได้โดยสะดวก โดยโถงหลังคาที่สูงจะช่วยถ่ายเทความร้อนได้ดีกว่าโถงหลังคาต่ำ นอกจากปัญหาความร้อนแล้ว หลังคาเพิงหมาแหงนยังมีปัญหาเรื่องป้องกันฝนสาดได้ไม่ดีเท่าที่ควร และกรณีใช้แผ่นเมทัลชีทเมื่อฝนตกเสียงเม็ดฝนที่ตกกระทบแผ่นหลังคา มีเสียงดังกว่าวัสดุอื่น ๆ ครับ

หลังคาทรงแบน

รูปทรงหลังคาที่ได้รับความนิยมสูงในโซนยุโรป ให้ความรู้สึกโมเดิร์น หรู ดูแพง แต่หากนำมาใช้ในประเทศไทยจำเป็นต้องปรับใช้ให้เหมาะสม เนื่องด้วยสภาพภูมิอากาศยุโรปกับไทยมีความแตกต่างกันมาก หลังคาชนิดนี้จึงเหมาะกับบ้านทรงสูงมากกว่าบ้านชั้นเดียว เนื่องด้วยความแบนราบเสมอกัน จึงทำให้รับแสงแดดได้เต็ม ๆ ในช่วงกลางวัน

นอกจากปัญหาความร้อนแล้ว บ้านหลังคาทรงแบนยังพบปัญหารั่วซึมบ่อยครั้ง โดยเฉพาะบ้านที่ใช้แผ่นคอนกรีตสำเร็จรูปมาทำหลังคา ด้วยลักษณะของคอนกรีตที่มีความยืดหดตัวเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลง เป็นผลให้เกิดช่องว่างภายใน น้ำจึงสามารถรั่วซึมได้ การทำบ้านหลังคาแบนจึงไม่นิยมใช้แผ่นสำเร็จแต่จะใช้กระบวนการเท่หล่อในที่แทน พร้อมกับเพิ่มระบบกันซึมจะช่วยลดปัญหารั่วซึมได้ดีครับ

ทั้ง 5 รูปทรงหลังคาที่นำมาฝากในเนื้อหาชุดนี้ อาจเรียกได้ว่าเป็นทรงหลังคาที่เราต่างพบเห็นในชีวิตประจำวัน ความสวยงามจากภายนอกไม่อาจบอกเล่าปัญหาภายในได้อย่างชัดเจน การเลือกรูปทรงหลังคาที่เหมาะกับสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยนั้นจึงเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญสูง แต่หากผู้อ่านมุ่งเน้นไปที่ความชอบส่วนตัว หรือประหยัดงบประมาณ ต้องการบ้านทรงโมเดิร์นจึงเลือกทรงหลังคาหมาแหงนหรือทรงแบน จำเป็นต้องให้สถาปนิก วิศวกรออกแบบอย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นภายหลัง

ทำความรู้จักกับประเภทของหลังคาบ้าน
1. หลังคาบ้านทรงจั่ว
หลังคาบ้าน ทรงจั่ว

เป็นรูปแบบหลังคาทรงมาตรฐานที่พบเห็นได้ทั่วไป มีความร่วมสมัยและเป็นที่นิยม เนื่องจากรูปทรงลาดเอียงของหลังคาถูกออกแบบมาเพื่อให้อากาศไหลเวียน ช่วยให้มวลอากาศเย็นเข้ามาช่วยระบายความร้อน ทำให้สามารถระบายความร้อนภายใต้หลังคาได้ดี เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นแบบประเทศไทย อีกทั้งหากวางทิศทางให้เหมาะสมยังรับลมได้ดีกับลมประจำถิ่นอีกด้วย

 

2. หลังคาบ้านทรงปั้นหยา
hip roof

รูปทรงดูคล้าย ๆ กับทรงจั่ว แต่จะต่างกันที่หลังคาทรงปั้นหยาจะมีด้านลาดชัน 4 ด้าน และมักจะมีชายคาที่ยื่นออกไปปกคลุมตัวบ้าน ช่วยกันแดดและกันฝนได้ดี ด้วยรูปทรงที่มั่นคงของโครงสร้างที่ผสานกัน 4 ด้าน ทำให้หลังคาทรงปั้นหยามีความคงทนแข็งแรง แต่ขณะเดียวกัน ในด้านการระบายอากาศและการรับลมจะทำได้ไม่ค่อยดีนัก จึงควรติดแผ่นฝ้าชายคาที่มีรูระบายอากาศ หรือเว้นร่องฝ้าชายคา เพื่อให้สามารถระบายอากาศใต้หลังคาได้ดีขึ้น

 

3. หลังคาบ้านทรงมะนิลา
Manila roof

เป็นทรงที่มีการผสมผสานระหว่าง ทรงจั่ว และ ทรงปั้นหยา โดยรูปทรงจะมีจั่วอยู่บริเวณยอดหลังคา ข้อดีของหลังคาทรงมะนิลา คือมีความแข็งแรงมั่นคง กันแดดกันฝนได้ดีเหมือนกับทรงปั้นหยา และยังสามารถระบายความร้อนได้ดีเหมือนกับทรงจั่ว ทำให้หลังคาทรงมะนิลาเป็นที่นิยมในประเทศเขตร้อนอย่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

4. หลังคาบ้านทรงแบน
flat roof

เป็นหลังคาที่ได้รับความนิยมอย่างมากในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในทาวน์เฮ้าส์และทาวน์โฮม ข้อดีของหลังงคาทรงแบนคือให้รูปทรงแบบโมเดิร์นสวยงาม เหมาะกับบ้านในเมือง สามารถใช้พื้นที่หลังคาในการทำประโยชน์ได้ แต่เนื่องด้วยหลังคาทรงแบนทำด้วยคอนกรีต ทำให้สะสมความร้อนไว้มากกว่าหลังคาในรูปแบบอื่น

 

5. หลังคาบ้านทรงเพิงหมาแหงน
Sloping roof

ให้ความโมเดิร์นทันสมัยเช่นเดียวกับหลังคาทรงแบน แต่จะมีความลาดเอียงด้านใดด้านหนึ่ง นิยมใช้ในบ้านที่มีขนาดไม่ใหญ่นัก เนื่องจากหลังคาทรงนี้ป้องกันความร้อนได้ไม่ดีนัก ซึ่งแก้ไขได้ด้วยการออกแบบช่องระบายความร้อนใต้หลังคาเพิ่มเติม แต่มีข้อดีคือสามารถก่อสร้างง่าย รวดเร็ว และมีราคาประหยัด

 

6. หลังคาบ้านทรงปีกผีเสื้อ
Butterfly shaped roof

เป็นลักษณะของหลังคาทรงเพิงหมาแหงนหันหลังชนกัน ตรงกลางเป็นส่วนลาดเอียงต่ำ มีความทันสมัย สามารถรับน้ำฝนได้ดี แต่สำหรับพื้นที่ฝนตกชุกจะไม่ค่อยเหมาะ เนื่องจากมีโอกาสหลังคารั่วซึมได้

 

7. หลังคาบ้านทรงกลม
Circular roof

ป็นทรงที่ไม่ค่อยพบเห็นเท่าไรนัก เนื่องจากก่อสร้างยาก ไม่สามารถใช้วัสดุหลังคาประเภทกระเบื้องได้ ข้อดีของหลังคาทรงกลมคือมีความโดดเด่นสวยงาม ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการรั่วซึม แต่ต้องอาศัยช่างที่มีความชำนาญในการก่อสร้างและการคำนวณโครงสร้าง

 

7 วิธีซ่อมหลังคารั่ว ทำได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง

 

ควรเลือกโครงสร้างหลังคาบ้านแบบไหนดี?
นอกจากรูปทรงหลังคาแล้ว โครงสร้างหลังคาคือสิ่งที่ต้องพิจารณาอันดับต้น ๆ เพราะเป็นส่วนค้ำจุนวัสดุมุงหลังคา ซึ่งต้องผ่านการคำนวณรับน้ำหนักต่าง ๆ เพื่อความคงทนแข็งแรงและความปลอดภัยของคนในบ้าน โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ โครงสร้างเหล็ก และโครงสร้างไม้

1. หลังคาบ้านโครงสร้างเหล็ก
Prefabricated roof structure

นิยมใช้ในการก่อสร้างบ้านสมัยใหม่ โดยหลังคาโครงสร้างเหล็กยังสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทย่อย ได้แก่

– หลังคาโครงสร้างเหล็กรูปพรรณ เป็นเหล็กตัว C ที่ถูกมาชุบสีน้ำมันและสีกันสนิม มาเชื่อมกันเพื่อขึ้นรูปโครงสร้างที่ไซต์ก่อสร้าง มักจะเป็นเหล็กที่มีความหนาประมาณ 3 มม. เหมาะสำหรับการใช้รับน้ำหนักกระเบื้องลอนคู่ และยังมีขนาดความหนา 3.2 มม. ซึ่งเหมาะสำหรับใช้กับกระเบื้องโมเนีย

– หลังคาโครงสร้างเหล็กสำเร็จรูป เป็นเหล็กสำเร็จ มีน้ำหนักบากว่าเหล็กรูปพรรณ เคลือบผิวป้องกันสนิมและมีการคำนวณการรับน้ำหนักตามรูปทรงหลังคาและวัสดุมุงหลังคาที่ใช้ด้วยโปรแกรมวิศวกรรม โดยผ่านการวัดขนาดและตัดมาจากโรงงาน

 

2. หลังคาบ้านโครงสร้างไม้
Wooden roof structure

เป็นวัสดุโครงหลังคาดั้งเดิม สามารถติดตั้งได้ไม่ยุ่งยาก ช่างธรรมดาก็สามารถทำได้ แต่มีจุดด้อยคือต้องใช้ไม้ที่มีคุณภาพ ซึ่งมักจะมีราคาสูง และมักมีปัญหาเกี่ยวกับปลวก

เรื่องควรรู้เกี่ยวกับรางน้ำฝน การติดตั้งและการดูแลรักษา

วัสดุมุงหลังคาแต่ละประเภท มีอะไรบ้าง?
วัสดุมุงหลังคา มักจะถูกเลือกตามรูปทรงหลังคาและโครงสร้างหลังคา ซึ่งแต่ละประเภทก็มีจุดเด่นจุดด้อยต่างกันไป ดังนี้

 

1. กระเบื้องคอนกรีต
Concrete tiles

มีความสวยงาม ติดตั้งง่าย เพราะมีขนาดที่เข้ากับรูปทรงของบ้านเป็นอย่างดี นอกจากนั้นยังมีความแข็งแรงทนทาน กันความร้อนได้ดี และสามารถใช้ได้กับทุกสภาพอากาศในเมืองไทย ทำให้กระเบื้องคอนกรีตเป็นที่นิยม แต่มีจุดด้อยคือ เนื่องจากมีน้ำหนักมาก โครงสร้างหลังคาจึงต้องมีความแข็งแรงตามไปด้วย ทำให้ค่าใช้จ่ายด้านโครงสร้างจะสูงกว่าการใช้วัสดุมุงหลังคาประเภทอื่น

 

2. กระเบื้องดินเผา
Clay tiles

มักใช้ในอาคารที่มีอายุเก่าแก่หรืออาคารอนุรักษ์ ปัจจุบันไม่ค่อยได้รับความนิยมนัก เนื่องจากกระเบื้องกินเผาต้องมีหลังคาที่ลาดชันมาก มีรูพรุนหลายจุด เกิดคราบสกปรกง่าย และยังทำความชื้นสูง แตกเปราะรั่วซึมได้ง่าย

 

3. กระเบื้องไฟเบอร์ซีเมนต์
Fiber Cement Tiles

นิยมใช้กับหลังคาที่มีขนาดใหญ่ มีความแข็งแรงทนทาน กันความร้อนได้ดี มีราคาถูกกว่ากระเบื้องคอนกรีต แต่มีความทนทานน้อยกว่าเล็กน้อย และเริ่มนิยมใช้กันมากขึ้น

 

4. หลังคาโลหะเคลือบ หรือแผ่นเหล็กเมทัลชีท
Metal roof

วัสดุมุงหลังคาที่มีน้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย รอยต่อน้อย มีความสวยงามและสะท้อนความร้อนได้ดี แต่มีจุดด้อยคือมีอายุการใช้งานสั้น และมักเกิดเสียงดังได้ง่าย

เลือกประเภทกระเบื้องหลังคาจาก SCG

ไขข้อข้องใจ หลังคาบ้านแบบไหนเหมาะกับบ้านเรา?
เนื่องด้วยพื้นฐานประเทศไทยเป็นประเทศในเขตร้อนชื้น มีแดดจัดและฝนตกชุกตลอดทั้งปี ดังนั้นควรเลือกหลังคาที่จะช่วยระบายความร้อนได้ดี ได้แก่ หลังคาทรงจั่ว, หลังคาทรงปั้นหยา และหลังคาทรงมะนิลา

สำหรับหลังคาที่ไม่ต้องใช้งบประมาณมาก ก่อสร้างไม่ยุ่งยาก ได้ความสวยงามแบบสมัยใหม่ ได้แก่ หลังคาทรงแบน, หลังคาทรงเพิงหมาแหงน และหลังคาทรงปีกผีเสื้อ แต่มีจุดด้อยคือกันแดดกันฝนได้ไม่ดีนัก และมีโอกาสเกิดการรั่วซึมมาก

ส่วนหลังคาทรงกลม เป็นหลังคาที่มีความสวยงามโดดเด่นเฉพาะตัว แต่ต้องใช้ช่างที่มีความชำนาญ และยังใช้งบประมาณสูงกว่าหลังคาแบบอื่น เนื่องจากต้องใช้วัสดุประเภท เมทัลชีท, ไฟเบอร์กลาส, ยางมะตอย และแผ่นทองแดง ซึ่งมีจุดด้อยคือไม่สามารถระบายความร้อนได้ดีเท่ากับทรงอื่น ๆ

รสนิยมไม่มีคำว่าถูกผิด เช่นเดียวกับการเลือกหลังคาบ้าน แต่อย่างไรก็ตาม นอกจากเรื่องของความชอบแล้ว ควรเลือกวัสดุและโครงสร้างที่รองรับกัน ซึ่งสามารถปรึกษาช่างหรือผู้รับเหมาได้ เพื่อความมั่นคงแข็งแรง ความสวยงาม และอายุการใช้งานที่ยืนยาวขึ้นของหลังคานั่นเอง

 

สถาปนิก

 

 

 

Comments (0)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *