กันยายน 28, 2021 9:11 pm

รู้ก่อนสร้างบ้าน เตรียมพื้นที่ ป้องกันโพรงใต้บ้านในระยะยาว

รู้ก่อนสร้างบ้าน

รู้ก่อนสร้างบ้าน ก่อนที่จะ สร้างบ้านหนึ่งหลัง มีปัจจัยต่าง ๆ ที่ต้องคำนึงถึง มากมาย ทั้งปัจจัยที่ส่งผลต่อ ความสุขในระยะสั้น และระยะยาว รวมไปถึง ปัจจัยที่ก่อให้เกิด ปัญหาด้วยเช่นกัน อาทิ ปัญหาดินทรุด จนเกิดโพรงใต้บ้าน ซึ่งสามารถป้องกันได้ เมื่อมีการเตรียมพื้นที่ ให้พร้อมอย่างดี ก่อนเริ่มก่อสร้างบ้าน

การป้องกันโพรง ที่มีโอกาสเกิดขึ้น ภายหลังการสร้างบ้านนั้น เจ้าของบ้านอาจเตรียมการ ตั้งแต่ขั้นตอน การถมดิน หรือการวาง เสาเข็ม ก่อนสร้างบ้าน โดย 2 วิธีนี้ มีข้อควรรู้ ที่แตกต่างกัน

1. การถมดินก่อนสร้าง ป้องกันโพรงใต้บ้าน

การถมดิน นอกจากจะเป็น การยกระดับ ความสูงของพื้นที่ เพื่อป้องกันน้ำท่วม หรือการวางท่อ ระบายน้ำ ภายในบ้าน ให้อยู่สูงกว่าถนนแล้ว ยังเป็นการ ช่วยเร่ง การทรุดตัว ของพื้นดินเดิม เนื่องจาก มีน้ำหนัก ไปกดทับพื้นดินเดิม ที่ยังไม่แน่นดี ให้ยุบตัวลง ไปเร็วขึ้น

ทั้งนี้การสร้างบ้าน บนที่ดินเปล่า จะลดปัญหา การเคลียร์พื้นที่ และมีขั้นตอนที่ ไม่ยุ่งยาก ซึ่งเจ้าของบ้าน ควรให้ความสำคัญ กับการปรับระดับ พื้นที่ โดยคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ คือ

– ลักษณะพื้นที่ ที่จะถมดิน ควรตรวจสอบ ลักษณะพื้นที่ เบื้องต้น เพื่อประกอบการกำหนดระดับความสูงของดินที่จะถม

สังเกตต้นไม้ที่ขึ้นในที่ดินแปลงนั้น

– ต้นกระถิน หรือมะขามเทศ แสดงว่า พื้นดินบริเวณนั้นแห้ง
– ต้นกก อ้อ ธูปฤาษี แสดงว่า เป็นพื้นที่ บริเวณนั้น มีความชื้นแฉะสูง สภาพดินมีความอ่อนตัว

– สอบถามสภาพพื้นที่ จากผู้อยู่อาศัย บริเวณนั้น เช่น การเกิดน้ำท่วม มีความสูงเท่าไร ใช้เวลาแห้ง นานแค่ไหน หรือพื้นที่ มีน้ำท่วมขังตลอด หรือไม่ เพราะจะส่งผลให้ ดินมีความอ่อนตัวสูง และแปรสภาพ เป็นดินโคลน หรือเลน หากเป็นเช่นนั้น จะทำให้ มีค่าถมที่สูง ใช้เวลาให้ดินแน่นนาน

– ความสูงของพื้นที่ที่จะถม การถมที่ดิน จะต้องมีการ กำหนด ระยะความสูง ของดินที่จะถม ซึ่ง ควรพิจารณา จากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ระดับของพื้นถนน ระดับของพื้นที่ปกติ ที่น้ำท่วมถึง ความสูงของ บ้านหลังอื่น ๆ หรือพื้นที่ดินเปล่า ซึ่งในอนาคต อาจมีสิ่งก่อสร้าง เกิดขึ้น ซึ่งแน่นอนว่า จะถูกถม ที่ให้สูงกว่าเดิมด้วย

โดยทั่วไป การถมที่ดินจะให้มีความสูงกว่าถนนประมาณ 50-80 เซ็นติเมตร หรือบางพื้นที่ที่อาจต้องถมดินให้สูงถึง 1 เมตร เพื่อเผื่อไว้สำหรับการยุบตัวของดินในอนาคต

– ระยะเวลาการทิ้งพื้นที่ไว้ สำหรับบ้านที่ถมดินเรียบร้อยแล้ว ไม่ควรดำเนินการสร้างบ้านทันที ทิ้งระยะเวลาให้ผ่านไประยะหนึ่ง เพื่อให้หน้าดินมีการเซตตัวและไม่เกิดการทรุดตัวมากในระยะยาว

– การถมดินยิ่งสูงจากระดับเดิมมากเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสทรุดตัวได้มากเท่านั้น ดังนั้นจึงควรถมทิ้งไว้ก่อนสร้างบ้าน 6 – 12 เดือน หรือหากมีเวลาน้อยอาจใช้ใช้รถบดอัดดินช่วยร่นเวลา หรือจะทั้งทิ้งระยะเวลา และบดอัดไปด้วยก็ยิ่งได้ผลดี

ข้อควรคำนึงในการถมที่ดิน

– สำหรับบ้านที่สร้างจากพื้นที่เดิมที่อาจมีการทุบหลังเก่าสร้างหลังใหม่ เมื่อมีการถมที่เพิ่มเติมอาจมีการใช้เศษอิฐ เศษคอนกรีต จากการทุบหลังเก่ามาถมที่ดิน ซึ่งกรณีนี้จะทำให้เกิดปัญหาการทรุดตัวของดินมากกว่าปกติ

เนื่องจากเศษวัสดุเหล่านั้นจะไม่ผสมเป็นเนื้อเดียวกับดิน มีการเกยกันเป็นเป็นช่องว่าง และเมื่อระยะเวลาผ่านไปหากมีน้ำซึมผ่านจะพาดินไหลลงมาแทนที่ช่องว่าง ทำให้เกิดการทรุดตัวเป็นหลุมหรือโพรงใต้บ้านได้

– การถมดินหากเลือกระยะเวลาได้ ควรดำเนินการในช่วงหน้าฝน เพราะน้ำฝนที่ไหลแทรกระหว่างเนื้อดินจะเป็นตัวช่วยให้ดินยุบตัวและแน่นขึ้น

2. การวางฐานโครงสร้างตั้งแต่เริ่มต้น

การป้องกันดินทรุดตัวจนเกิดโพรงใต้บ้านนั้น วิธีที่ดีที่สุดคือการมีเสาเข็มรองรับน้ำหนัก ซึ่งโดยทั่วไปโครงสร้างบ้านจะถูกกำหนดให้มีเสาเข็มยาวลึกลงไปถึงชั้นดินดานหรือชั้นทรายเฉลี่ยประมาณ 18 – 21 เมตร

ขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์หาค่าสมบัติทางวิศวกรรมของชั้นดิน ซึ่งจะถูกนำมา คำนวณออกแบบความสามารถการรับน้ำหนักบรรทุกของชั้นดินได้อย่างถูกต้องตามหลักวิศวกรรมมากที่สุด เพื่อรองรับน้ำหนักตัวบ้านไว้

ข้อควรคำนึงในการวางเสาเข็ม

พื้นที่ดินบางแปลงอาจเคยเป็นบ่อ หนอง คลอง บึง หรือบ่อทิ้งขยะเก่า การก่อสร้างบ้านบริเวณนี้ควรมีการเจาะสำรวจชั้นดิน ไม่ควรใช้วิธีเทียบเคียงจากพื้นที่ข้างๆ เนื่องจากความลึกของเสาเข็มอาจไปอยู่ตำแหน่งตรงกับบ่อขยะเก่านั้น เมื่อเวลาผ่านไปขยะมีการย่อยสลาย จะทำให้เสาเข็มทรุดตัวได้

การเตรียมพื้นที่ให้พร้อมก่อนสร้างบ้านเป็นสิ่งสำคัญ หากเจ้าของบ้านมีการเตรียมพร้อมในส่วนของที่ดินตั้งแต่เนิ่นๆ และมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษา และแนะนำอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นวิศวกร สถาปนิก หรือผู้ให้บริการบริษัทรับสร้างบ้าน จะช่วยให้การวางรากฐานสำหรับการสร้างบ้านนั้นมีมาตรฐานและแข็งแรงยิ่งขึ้น

เทคนิคเตรียมพื้นที่ก่อนสร้างบ้านลดปัญหาดินทรุด

– สำรวจที่ดินและจัดการอุปสรรคการก่อสร้างบนที่ดิน
– ที่ดินเป็นที่ดินเปล่าหรือไม่? ถ้าไม่ใช่ที่ดินเปล่าและมีอาคาร สิ่งปลูกสร้างอื่นๆ อยู่ ให้รื้อถอนถึงชั้นฐานรากออก ส่วนเสาเข็มถ้ามีไม่ต้องรื้อแต่ให้ทีมออกแบบกำหนดตำแหน่งเสาเข็มใหม่เข้าไป
– ที่ดินที่มีตำแหน่งสาธารณูปโภค เช่น เสาไฟฟ้า มิเตอร์ประปา ควรย้ายออกจากตำแหน่งที่กีดขวางการก่อสร้าง
– ต้นไม้ยืนต้นที่อยู่ในที่ดิน หากต้องการเก็บไว้ควรแจ้งทีมออกแบบเพื่อวางตำแหน่งบ้านให้เหมาะสมกับตำแหน่งต้นไม้
– หากที่ดินมีต้นไม้ที่หยั่งรากลึกและรากมีลักษณะชอนไชอย่างต้นไทร ต้นโพธิ์ หูกระจง ก้ามปู ควรพิจารณานำออกหรือวางในตำแหน่งที่ห่างจากบ้านให้มากที่สุด เพื่อป้องกันผลกระทบกับฐานบ้าน
– ตรวจสอบที่ดินเบื้องต้นโดยสังเกตจากต้นไม้ที่ขึ้น หากเป็นต้นกระถิน มะขามเทศ แสดงว่าดินบริเวณนั้นมีความแห้ง แต่หากเป็นต้นกก อ้อ ธูปฤาษี ขึ้นอยู่แสดงว่าที่ดินมีความชื้นแฉะ
– เช็กประวัติการเกิดน้ำท่วมและระยะเวลาการแห้ง เพื่อให้ทีมคำนวณค่าความหนาแน่นของดิน และการยุบตัว
– หากที่ดินอยู่ในระดับต่ำ หรือเป็นบ่อ หนองน้ำมาก่อน ควรมีการถมและปรับสภาพดินให้เหมาะสำหรับการก่อสร้าง

เลือกชนิดของดินที่ใช้ถมให้เหมาะสม

– ดินถมทั่วไป ดินที่มีราคาค่อนข้างถูก นิยมถูกใช้ถมดินเพื่อลดค่าใช้จ่าย ตัวเนื้อดินมีความแน่น ซึ่งเมื่อถมแล้วควรรอให้เนื้อดินทรุดตัวเหมาะสมจึงตอกเสาเข็มได้ ด้วยภายในเนื้อดินมีความอุดมสมบูรณ์น้อย จึงไม่เหมาะสำหรับการใช้ปลูกต้นไม้
– ดินลูกรัง ลักษณะเป็นดินแห้งผสมหิน มีราคาค่อนข้างสูง เมื่อนำมาถมที่จะสามารถบดอัดได้ดี และก่อสร้างได้ทันที แต่ไม่เหมาะสำหรับการปลูกต้นไม้
– ดินดาน ดินที่มีความแห้ง สีออกเหลือง สามารถบดอัดได้ดี ราคาไม่ค่อยแพง เมื่อถมแล้วสามารถก่อสร้างได้ทันที เหมาะสำหรับถมถนนหรือที่ดินริมน้ำ แต่ไม่เหมาะสำหรับการปลูกต้นไม้
– ดินทราย เนื้อดินมีลักษณะไม่อุ้มน้ำ ราคาค่อนข้างถูก หากใช้ถมที่ต้องมีการบดอัดอย่างดีและมีการป้องกันดินไหล และทรุดตัวในอนาคต

ระดับการถมมีผลกับเวลาที่ใช้การก่อสร้าง

– ระดับการถมไม่เกิน 50 ซม. จากดินเดิม เป็นการถมที่มีผลกับเสาเข็มน้อยมาก จึงสามารถดำเนินการก่อสร้างได้เลย
– ระดับการถม 50 – 200 ซม. จากดินเดิม หลังถมแล้วควรทิ้งเวลาไว้สักระยะ โดยอย่างน้อยประมาณ 1 หน้าฝน เพื่อให้ดินโดนทั้งแดด ฝน และเซ็ตตัวเหมาะกับการก่อสร้าง
– ระดับการถมมากกว่า 200 ซม. ควรถมดินเตรียมไว้ก่อนก่อสร้างและทิ้งเวลาไว้มากกว่า 1 ปี หรือหากจำเป็นต้องใช้พื้นที่เร่งด่วน อาจใช้ดินดาน หรือดินลูกรังในการถม และทำการบดอัดเป็นชั้นเพื่อให้เนื้อดินบีบอัดแน่นที่สุด

เคล็ดลับถมดินสร้างบ้าน

– นำเศษขยะ เศษใบไม้ หรือซากสิ่งของออกจากพื้นที่ก่อนถม เพื่อลดช่องว่างในดิน และให้การบดอัดแน่นขึ้น
– ดินที่ใช้ถมควรเป็นดินแห้ง เลี่ยงใช้ดินเลนซึ่งจะทำให้เกิดการทรุดตัวของดินภายหลัง
– ทุกระดับการถม 50 ซม. ควรทำการบดอัดดินให้แน่น ก่อนถมชั้นต่อไป
– บริเวณที่เป็นหลุมเป็นบ่อ ควรใช้ทรายช่วยถมเพื่อให้สามารถไหลแทรกไปในช่องว่างต่างๆ
– หากต้องการปลูกต้นไม้ควรใช้ดินที่เหมาะสม เช่น ดินจากบริเวณหน้าดิน ซึ่งมีสารอาหารเหมาะกับการเจริญเติมโตของต้นไม้

เทคนิคเตรียมพื้นที่ก่อนสร้างบ้านลดปัญหาปลวก

– เลี่ยงการใช้วัสดุที่เป็นอาหารปลวก อย่างไม้ และพยายามใช้พวกคอนกรีต เหล็ก หรือไม้เทียม
– หากเลี่ยงการใช้วัสดุพวกไม้ไม่ได้ ควรเคลือบสารป้องกันปลวก ซึ่งช่วยป้องกันได้ในระดับหนึ่ง
– ตัดต้นกำเนิดหรือแล่งพื้นีท่ที่ปลวกชอบ เช่น เศษใบไม้ที่กองทับถมรอบพื้นที่สร้างบ้าน
– ฉีดน้ำยาป้องกันปลวกเคลือบที่หน้าดินบริเวณที่จะสร้างบ้าน เพื่อทำให้ดินมีความเป็นพิษต่อปลวก ไม่ให้ปลวกสามารถผ่านหรืออยู่อาศัยบริเวณนั้นได้
– วางระบบท่อน้ำยาป้องกันปลวกก่อนสร้างบ้าน เพื่อใช้สำหรับอัดฉีดน้ำยาป้องกันปลวกลงพื้นดินใต้บ้าน ซึ่งสามารถทำได้ทุกปี

Comments (0)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *