กันยายน 23, 2021 1:06 pm

รีวิว Lovestruck in the City ความรักในเมืองใหญ่ ผู้กำกับ Park Shin-Woo

รีวิว Lovestruck in the City ความรักในเมืองใหญ่ | ตามหารักที่กรุงโซล •  PatSonic

รีวิว Lovestruck in the City – ความรักในเมืองใหญ่ ความรักเป็นเรื่องปกติในสากลโลก ความรักเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเพศทุกวัย และทุกหนทุกแห่ง มีซีรีส์บางเรื่องก็มุ่งเน้น เล่าเรื่องความรักของคนเมือง เป็นหลัก ความรักของคนในเมืองใหญ่จะมีลักษณะสีสันอย่างไร แตกต่างไปไหมจากคนในเมืองเล็กๆ

เรื่องย่อ

เรื่องมีอยู่ว่าทั้ง 6 คนต้องมาถ่ายทำรายการหนึ่งที่สัมภาษณ์เรื่องราวความรักของตัวเองซึ่งแต่ละคนก็มีเรื่องราวที่ต่างกันออกไปโดยที่แต่ละคนก็ไม่รู้ว่าใครถูกสัมภาษณ์บ้าง แต่บังเอิญว่าเรื่องของแต่ละคนมันดันเป็นเรื่องที่เชื่อมโยงกัน

ก่อนหน้านี้พระเอกได้เจอกับนางเอกในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ทั้งสองมีสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งต่อกัน แต่หลังจากนั้นทั้งสองก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย แถมนางเอกก็ขโมยกล้องถ่ายรูปพระเอกไปด้วยและโกหกอีกต่างหากว่าชื่อจริง ๆ ของตัวเองชื่ออะไร

แต่อย่างไรก็ตามพระเอกก็ยังไม่อาจลืมประสบการณ์รักครั้งนั้นได้ เขายังไม่ลืม แม้ว่านางเอกจะทำเรื่องเจ็บแสบขนาดไหน เวลาผ่านมาจนทั้งคู่ก็ได้มามีโอกาสมาถ่ายรายการ โอกาสที่ทั้งคู่โคจรมาเจอกันจะมีไหมและเรื่องราวความรักของคนที่เหลือท่ามกลางเมืองอันใหญ่โตจะดำเนินไปอย่างไร

 

ซีรีส์มีความน่าสนใจจากตัวผู้กำกับ Park Shin-Woo ที่มีผลงานชิ้นเยี่ยมแห่งปี 2019 It’s Okay to Not Be Okay เรื่องหัวใจ ไม่ไหวอย่าฝืน ซึ่งความดีงามของเรื่องคือความแปลกใหม่ในแนวทางหนังรักโรแมนติก และก็สำรวจเรื่องราวของผู้ป่วยจิตเวชหลากหลายแบบที่ออกมาเป็นดราม่าซึ้งๆ อบอุ่นอย่างไม่น่าเชื่อ

ผลงานในเรื่องใหม่นี้เองจึงถูกคาดหวังว่าจะไม่แพ้กัน ซึ่งก็ต้องบอกกันตรงๆ ว่าจาก 6 ตอนที่ได้รับชมในเวลานี้ ซีรีส์ยังห่างชั้นในหลายๆ ด้านกับผลงานเรื่องก่อนของผู้กำกับคนนี้มาก แต่ก็ต้องยอมรับว่าผู้กำกับคนนี้มีสไตล์ที่แตกต่างในการเล่าเรื่องรักแนวนิยมเกาหลีต่างจากทั่วไปมาก และสไตล์ที่แตกต่างนั้นก็ถูกนำมาเป็นจุดขายของซีรีส์ใหม่เรื่องนี้โดยตรง

เนื้อเรื่อง

เมื่อสาวรักอิสระคนหนึ่งขโมยหัวใจเขาไปหลังความรักก่อตัวขึ้นที่ริมหาด สถาปนิกหนุ่มไฟแรงจึงหวังว่าจะได้พบเธออีกครั้งในกรุงโซล ซึ่งก็ไม่ได้แปลกใหม่อะไร แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ดูแปลกแตกต่างคือ การเล่าเรื่องแบบ สารคดีจำลอง Mockumentary หรือสารคดีปลอม

ด้วยการเปิดเรื่องให้ตัวละครหลักพระเอก “พัคแจวอน” รับบทโดย Ji Chang-Wook กับนางเอก “ยุนซอนอา” รับบทโดย Kim Ji-Won ต้องถูกสัมภาษณ์จากคนทำสารคดีในหัวข้อสำรวจชีวิตรักของหนุ่มสาวในกรุงโซล โดยเป็นสารคดีแบบตามติดถ่ายชีวิตทั้งคู่ไปเรื่อยๆ ในหัวข้อความรักต่างๆ กันไปในแต่ละตอน

อย่างครั้งแรกของทั้งคู่รู้สึกยังไง เวลาเลิกกันทำยังไงกับสิ่งของที่เป็นความทรงจำร่วมกัน ซึ่งตัวเรื่องก็จะย้อนอดีตกลับไปถึงเรื่องราวความรักที่เกิดขึ้นของทั้งคู่ในปี 2019 ที่ห่างจากการสัมภาษณ์ในปัจจุบันไม่นาน

แต่เปลี่ยนโทนภาพให้เป็นแนววินเทจคลาสสิคแบบหนังฟิล์มเก่าๆ จนเหมือนอยู่ในยุค 90 มากกว่าปัจจุบัน และตัวพระเอกเองก็มีงานอดิเรกใช้แต่ของโบราณหน่อยอย่างกล้องฟิล์ม โพลารอยด์ จักรยานวินเทจ จนชวนให้คิดว่าเรื่องเล่าในอดีตนี้เหมือนอยู่ในยุค 90 มากกว่าปัจจุบัน และก็เล่าเรื่องตามลำดับการพบเจอกันของทั้งคู่จนถึงปัจจุบันที่แยกทางกันแล้วในมุมมองที่ต่างกัน

ความแปลกยังไม่จบแค่นี้ ตัวเรื่องไม่ได้สัมภาษณ์แค่คนสองคน แต่สัมภาษณ์ 50 คน โดยเจาะโฟกัสเลือกมาเล่าในเรื่องหลักๆ 6 คน ชาย 3 หญิง 3 ซึ่งพระเอกนางเอกที่กล่าวไปคือคู่หลักของเรื่อง และมีคู่อื่นประกอบเสริมแทรกเข้ามาในหัวข้อคำถามความรัก

โดยความพิเศษของสารคดีนี้คือจะตัดต่อส่งคำตอบให้คนอื่นๆ ดูด้วยในแต่ละคำถาม พร้อมทั้งเปิดเผยว่าใครเป็นคนพูดตอบด้วยชัดเจน ซึ่งเรื่องก็จะตัดเอาความเห็นของคนอื่นแทรกสลับมาในเรื่องเล่าของพระเอกที่ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับความรักของเขา

เขาทำอะไรผิดไปถึงถูกนางเอกทิ้ง ซึ่งพระเอกก็ถูกคนอื่นวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นาๆ ไปพร้อมกับฟีดแบ็คของทุกคนตอบกลับตอนเล่าเรื่องนี้ไปพร้อมกัน

การเล่าเรื่อง

จะเห็นว่าวิธีการเล่าเรื่องนี้ค่อนข้างแปลกมาก จนทำให้งงๆ กับการดูสารคดีปลอมๆ ที่ไม่เหมือนปลอมจริงๆ เพราะแค่เซ็ทเรื่องการถูกสัมภาษณ์ไว้หลอกๆ เท่านั้น ต่างกับหนังสารคดีปลอมจริงๆ ที่พยายามทำให้เหมือนจริง

เพียงแต่เรื่องดูหนังฟรี มันจะโอเว่อร์จนทำให้ผู้ชมรู้เองว่านี่ไม่ใช่เรื่องจริง (ตัวอย่างซีรีส์สารคดีปลอมดังๆ ใน Netflix คือ American Vandal ที่จำลองการสืบสวนคดีบ้อบอในโรงเรียนไฮสคูล) ซึ่งถ้าตัดการเล่าเรื่องแบบนี้ออกไป ก็จะเห็นว่าตัวซีรีส์คือหนังรักปกติดีๆ นี่เองแหละ

และก็เน้นเล่าเรื่องคู่พระเอกนางเอกเป็นหลักในทุกตอน 90% มากกว่าของคนอื่นที่มีแทรกมาเป็นน้ำจิ้มแค่นั้น แม้ว่าเรื่องจะมีคู่เมนหลักแน่นอนและคนอื่นเป็นบทสมทบ ดูเหมือนแยกขาดจากกัน แต่จริงๆ คือตัวละครทั้งหมดมีความเกี่ยวพันถึงกันบางคน และก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับคู่เมนหลัก ซึ่งตัวเรื่องค่อยๆ เผยออกมาภายหลัง

จุดเด่น

การเล่าเรื่องแบบจำลองฉากสัมภาษณ์คู่รักในหัวข้อต่างๆ (เป็นแนวสารคดีเทียม) ภาพที่ใช้โทนวินเทจดูเก่าสวยละมุน แต่จริงๆ คือยังอยู่ในช่วงปีปัจจุบัน 2019-2020

นางเอกกับอีกคนเป็นพวกรักสนุกชั่วข้ามคืนวันไนท์สแตนด์ ตรงข้ามกับผู้ชายที่พยายามจริงจังกับความรัก ซึ่งแต่ตอนเป็นตอนสั้นๆ แค่ 20-30 นาทีจบ

จุดด้อย

การเล่าเรื่องหนังใหม่ชนโรง แบบสารคดีเทียมสมมุติให้เหมือนจริง แต่กลับไม่ค่อยสนใจจะทำให้สมจริงจนดูขัดแย้งกันเอง

รีวิว Lovestruck in the Cityรีวิว Lovestruck in the City
การเล่าเรื่องที่พยายามทำแบบอินดี้ให้หลายตัวละครพูดแทรกกันไปมาจนแอบน่ารำคาญ

ความรักในเรื่องขึ้นต้นมาด้วยแนวเรียลๆ สมัยใหม่ แต่พอเรื่องดำเนินไปสักพักกลับกลายเป็นแนวเรื่องแต่งเหมือนนิยายมากกว่าจะดูเป็นจริงแบบตอนแรก

 

บาคาร่า

 

 

Comments (0)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *