กันยายน 26, 2021 2:08 am

รีวิว หนัง Joker – โจ๊กเกอร์ จุดเริ่มต้นของ “Joker” จากผู้กำกับฯ ทอดด์ ฟิลลิปส์

รีวิว หนัง Joker - โจ๊กเกอร์ จุดเริ่มต้นของ “Joker” จากผู้กำกับฯ ทอดด์ ฟิลลิปส์

เรื่องย่อหนัง หนัง Joker หรือชื่อไทยว่า โจ๊กเกอร์ ผลงานเรื่องราวจุดเริ่มต้นของ “Joker” จากผู้กำกับฯ ทอดด์ ฟิลลิปส์ ที่จะพาไปรู้จักกับโลกของอาร์เธอร์ เฟลค โดยมีการถ่ายทอดการแสดงไว้อย่างน่าประทับใจโดยโจคิน ฟีนิกซ์ อาร์เธอร์เป็นชายคนหนึ่งที่ต้องเผชิญหน้ากับความโหดร้ายทารุณและสังคมที่เต็มไปด้วยการเหยียดหยาม

เขาต้องเผชิญกับความอ้างว้างจนเปลี่ยนเขาจากที่เป็นคนอ่อนแอกลายเป็นคนโหดเหี้ยม เขารับจ้างแต่งชุดตัวตลกรายวัน จนกระทั่งคืนหนึ่งที่เขาพยายามจะแสดงตลกเดี่ยว

แต่กลับพบว่าตัวเองต่างหากที่เป็นเรื่องตลก เขาไม่เป็นตัวของตัวเองเวลาที่มีผู้คนอยู่รายล้อม ซึ่งเห็นได้จากเสียงหัวเราะที่ควบคุมไม่ได้และดูไม่เหมาะสม ยิ่งเขาพยายามควบคุมเท่าไหร่มันก็ยิ่งแสดงออกมามากขึ้น จนทำให้เขาแสดงความเยาะเย้ยและความรุนแรงออกมา

อาร์เธอร์ทุ่มเทเวลาไปกับการดูแลแม่ที่ไม่ค่อยแข็งแรง และไขว่คว้าตามหาคนที่เหมาะจะเป็นพ่อซึ่งเขาไม่เคยมีมาก่อน

ตั้งแต่นักธุรกิจมหาเศรษฐี โธมัส เวย์น ไปจนถึงพิธีกรรายการทีวีเมอร์เรย์ แฟรงค์ลิน เขาพบว่าตัวเองอยู่ปลายทางระหว่างโลกแห่งความจริงกับความบ้าคลั่ง การตัดสินใจที่ผิดพลาดเพียงครั้งเดียวกลายเป็นชนวนเหตุที่นำไปสู่เหตุการณ์รุนแรงมากมาย ฟีนิกส์ นักแสดงผู้เข้าชิงรางวัล Oscar มาแล้วถึง 3 ครั้ง (“The Master,” “Walk the Line,” “Gladiator”) รับบทแสดงนำในเรื่องร่วมกับโรเบิร์ต เดอ นีโร เจ้าของรางวัล Oscar (“Raging Bull,” “The Godfather: Part II”) ในบทแฟรงคฺบิน นักแสดงในเรื่องยังรวมถึงซาซี บีตซ์ (“Deadpool 2”)

ฟรานเซส คอนรอย (ภาพยนตร์ทางทีวี “American Horror Story,” ภาพยนตร์ทาง Hulu “Castle Rock”) มาร์ค มารอน (ภาพยนตร์ทางทีวี “Maron,” “GLOW”) บิล แคมป์ (“Red Sparrow,” “Molly’s Game”) เกล็นน์ เฟลชเลอร์ (ภาพยนตร์ทางทีวี “Billions,” “Barry”) เชีย วิกแฮม (“First Man,” “Kong: Skull Island”)

เบร็ตต์ คัลเลน (“42,” ภาพยนตร์ทาง Netflix “Narcos”) ดักลาส ฮอดจ์ (“Red Sparrow,” ภาพยนตร์ทางทีวี “Penny Dreadful”) และจอช เพส (ภาพยนตร์ที่กำลังจะฉาย “Motherless Brooklyn,” “Going in Style”) ฟิลลิปส์ ผู้เข้าชิงรางวัล Oscar

(“Borat,” ภาพยนตร์ไตรภาค “The Hangover”) กำกับฯ จากบทภาพยนตร์ที่เขาร่วมเขียนกับสก็อตต์ ซิลเวอร์ ผู้เขียนบทฯ ที่เคยเข้าชิงรางวัล Oscar (“The Fighter”) สร้างอิงจากตัวละครของ DC อำนวยการสร้างฯ โดยฟิลลิปส์และแบรดลีย์ คูเปอร์ ผู้เข้าชิงรางวัล Oscar (“A Star Is Born,” “American Sniper”)

ภายใต้บริษัท Joint Effort ของพวกเขา และเอ็มม่า ทิลลินเกอร์ คอสคอฟฟ์ ผู้เข้าชิงรางวัล Oscar (“The Wolf of Wall Street”) อำนวยการสร้างบริหารฯ โดยไมเคิล อี. อุสแลน, วอลเตอร์ ฮามาดะ, อารอน แอล. กิลเบิร์ต, โจเซฟ การ์เนอร์, ริชาร์ด บาแรตตา และ บรูซ เบอร์แมน ทีมงานเบื้องหลังที่ฟิลลิปส์ได้ร่วมงานด้วย ได้แก่ ผู้กำกับภาพลอว์เรนซ์ เชอร์

(“Godzilla: King of the Monsters,” ภาพยนตร์ไตรภาค “The Hangover”) ผู้ออกแบบฉาก มาร์ค เฟรดเบิร์ก (“Selma,” “The Amazing Spider-Man 2”) ผู้ลำดับภาพ เจฟฟ์ กรอธ (“War Dogs,” “The Hangover Part III”) และผู้ออกแบบเครื่องแต่งกายเจ้าของรางวัล Oscar มาร์ค บริดเจส (“Phantom Thread,” “The Artist”) ดนตรีประกอบโดยฮิลเดอร์ กัวนาดอทเทอร์ (“Sicario: Day of the Soldado”) วอร์เนอร์ บราเดอร์ส พิกเจอร์สนำเสนอภาพยนตร์ร่วมกับวิลเลจ โรดโชว์ พิกเจอร์ส และ BRON Creative, Joint Effort Production ภาพยนตร์จากทอดด์ ฟิลลิปส์ เรื่อง “Joker” จะฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วโลกเริ่มวันที่ 2 ตุลาคม 2019 จะจัดจำหน่ายทั่วโลกโดยวอร์เนอร์ บราเดอร์ส พิกเจอร์ส

จักรวาล MCU ได้ปิด Phase 3 ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยหนังกว่า 20 เรื่อง กลับกันในจักรวาล DC ระส่ำระส่ายในจักรวาลหนังของตัวเอง จนหลังๆ เริ่มไม่ยึดกับการรวมจักรวาลไปแล้ว ซึ่ง Joker เวอร์ชั่นนี้ ผู้สร้างบอกไว้ชัดเจนตั้งแต่ประกาศสร้างแล้วว่า จะเป็นเวอร์ชั่นที่ไม่อิงกับหนังเรื่องใดๆ และเป็นหนังที่จบในตัว ถือเป็นความเสี่ยงที่ทางค่ายต้องยอมจริงๆ ในเมื่อรวมกันเราเจ๊งไปตั้งแต่ Justice League

เรื่องราวใน Joker ฉบับนี้นั้น เล่าถึง อาเธอร์ เฟล็ค ชายผู้ต้องดิ้นรน ใช้ชีวิตในเมือง Gotham อันโสมม เขามีอาชีพเป็นตัวตลกในงานปาร์ตี้ ซึ่งชีวิตจริงเค้าไม่ได้น่าตลกเหมือนอาชีพแต่อย่างใด เมื่อเขาต้องเผชิญโลกอันโหดร้าย ที่ยิ่งเลวร้ายขึ้นเรื่อยๆ สังคมแวดล้อมตัวเขาก็ได้ผลักดันให้เขาเริ่มเปลี่ยนไป จนในท้ายที่สุดก็กลายเป็นโจ๊กเกอร์ นั่นเอง

เอาตรงๆ แล้วพล๊อตนั้นไม่ได้มีอะไรซับซ้อน หรือชั้นเชิงในการเล่าที่แปลกใหม่อะไร เพียงแต่ตัวหนังเองนั้นได้นักแสดงอย่าง วาคิน ฟีนิกซ์ ที่รับบทเป็นโจ๊กเกอร์ เล่นได้ดีแบกหนังได้ทั้งเรื่องจริงๆ จนหลายๆ คนคิดว่าหนังเรื่องนี้อย่างน้อยก็ต้องได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ ในสาขานักแสดงนำชายแน่ๆ ด้วยการแสดงของวาคิน ทำให้โจ๊กเกอร์เวอร์ชั่นนี้ดูเป็น มนุษย์คนนึงที่ถูกสังคมภายนอกหล่อหลอม ขัดเกลาจนเขาต้องกลายเป็นวายร้ายในที่สุด

สรุป ตัวหนังนั้นนำพาคนดูดำดิ่งสู่ด้านมืดสุดหดหู่ของมนุษย์จริงๆ ซึ่งบอกได้เลยว่าถ้าใครไม่ชอบดูหนังที่เนื้อหาหน่วงๆ ชวนเครียด หรือกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับโรคซึมเศร้า ไม่แนะนำให้มาชมอย่างแรง และไม่แปลกใจเลยว่าทำไมในอเมริกานั้น ถึงได้มีการาส่งตำรวจไปคุมเข้มทุกโรงที่ฉายหนังเรื่องนี้ เพราะเนื้อหาบางอย่างมันสะท้อนหรืออาจจะเป็นชนวนปลุกระดมอะไรได้ง่ายมากจริงๆ 9/10 อ่านต่อ

Comments (0)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *