กันยายน 26, 2021 12:45 am

รีวิวหนังรักโรแมนติก Midnight Sun หลบตะวันฉันรักเธอ 2018

Midnight Sun หลบตะวันฉันรักเธอ

“Midnight Sun” ดัดแปลงมาจากภาพยนตร์ญี่ปุ่นปี 2006 “Tayoōno Uta” ซึ่งเป็นแนวโรแมนติกเช่นกัน ภาพยนตร์ของ Norihiro Koizumi ออกฉายในประเทศญี่ปุ่นในปี 2006 เขียนโดย Bando Kenji และถ่ายทำร่วมกับ ภาพยนตร์แนวโรแมนติก นิตยสารฉบับนี้ถ่ายโดยเด็กสาวอายุ 17 ปีที่ทุกข์ทรมานจากความเจ็บป่วยเคธี่ไพรซ์ (เบลลาตรอน) ผู้แต่ง ได้แก่ “รักแรกของฉัน”, “ป่าสวรรค์” และ “เด็ก ๆ ” เธอไม่สามารถต้านทานแสงแดดได้ ในตอนเย็นนี่เป็นครั้งเดียวที่เธอจะออกจากบ้านได้ ดังนั้นเธอจึงต้องนอนหลับในตอนกลางวัน ถึงเวลาเล่นกีตาร์บนรถไฟใต้ดินก่อนที่จะตื่นขึ้นมาในตอนกลางคืน เมื่อเธอได้พบกับชาร์ลี (แพทริคชวาร์เซเน็กเกอร์) ตอนแรกเธอไม่ได้รับแจ้งถึงข้อ จำกัด ของเธอ เพราะเธอกังวลว่าจะทิ้งเขาไป แต่สุดท้ายทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นไปด้วยดีเมื่อพวกเขาเดทกันสองคืน

จนกระทั่งเธอรีบวิ่งกลับบ้านให้ทันเท่าที่จะทำได้ก่อนพระอาทิตย์จะขึ้น ชาร์ลีเต็มไปด้วยคำถามมากมาย แต่เคทียังคงกลัวที่จะบอกเขาถึงความลับของเธอ

 

รีวิว

ถ้าพูดถึงตัวอย่างหนังนั้นหลายคนอาจดูแล้วพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าหนังเรื่องนี้คงดำเนินตามสูตรหนังรักวัยรุ่นทั่วไป โดยมีสูตรสำเร็จของหนังวัยรุ่นเดิมๆอย่างเห็นได้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวความรักของสองคน ครอบครัว รวมไปถึงเหตการณ์ต่างๆที่น่าจะพอเดาได้จากแต่ละฉาก แต่สิ่งหนึ่งที่รู้สึกชอบมากที่สุดคือ หนังเรื่องนี้ใช้ความ “ธรรมดา” และความ “ธรรมชาติ” มาถ่ายทอดให้เราได้ดูกัน หนังจะไม่ค่อยยืดเยื้อสักเท่าไหร่ แต่ละฉาก สามารถเข้าถึงได้ง่ายมาก และที่สำคัญหนังเรื่องนี้มีเพลงเพราะๆให้ได้ฟังกันอีกด้วยนะ

 

แน่นอนว่าหนังเรื่องนี้อาจเป็นหนังรักทั่วไปที่หลายๆคนเคยๆดูมาไม่ว่าจะกี่เรื่องต่อกี่เรื่อง หากแต่ว่าหนังใส่เรื่องราวของตัวละครฝ่ายนำหญิงเข้าไปคือ เคที่ ที่ต้องเป็นผู้หญิงที่มีความผิดปกติโดยเธอป่วยเป็นโรคที่เธอนั้นไม่สามารถถูกหรือโดนแสงอาทิตย์ได้ ดังนั้นเธอจึงอยู่แต่ในบ้านในตอนกลางวัน และตื่นตอนกลางคืน จึ่งทำให้เธอไม่สามารถมีชีวิตแบบคนปกติได้ ถึงตรงนี้หลายคนอาจคิดขึ้นมาในใจว่า นี่มันก็เป็นอีกสูตรหนึ่งของหนังที่หลายๆคนก็อาจจะเห็นมาหลายต่อหลายเรื่องอีกแหละ เช่น Penelope, Beastly หรือแม้กระทั่ง The Fault in Our Stars ซึ่งถ้าจะพูดแบบนี้มันก็ถูกต้อง

 

แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้แตกต่างจากภาพยนตร์เหล่านั้นเล็กน้อย ทุกอย่างในหนังเป็นธรรมชาติ ราวกับว่ามันจะเกิดขึ้นกับเรารู้สึกเหมือนมีคนเห็นว่าความรู้สึกของเธอเท่านั้นที่สามารถเล่นได้ดีโดยไม่ต้องหักโหม นี่คือความรู้สึกที่บริสุทธิ์ในหนังเห็นได้ชัดในหนังเรื่องนี้ไม่มีอะไรรุนแรง ถ้าคุณใช้ภาษาของเราบอกได้เลยว่าทั้งเรื่องเหมือนหนังโลกสวยในทุ่งลาเวนเดอร์

 

มันสัมผัสได้ถึงความรักของหลายๆฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเคทีกับพ่อของเธอเองที่ เหมือนกับว่าเธอโชคดีมากที่มีพ่อที่แสนดีและเข้าใจเธอมาตลอด โดยในเรื่องก็มีฉากฮาๆเรียกเสียงหัวเราะได้อยู่หลายฉากเหมือนกัน เลยทำให้หนังไม่หวานจนเกินไป พ่อของเธอคือคนที่คอยเอาใจใส่เธอทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นครูให้ จะคอยเอาของขวัญมาให้ตอนเรียนจบ หรือแม้กระทั่งคอยดูแลเธอตลอดจนตัวเองที่ (น่าจะเป็นช่างภาพ) ต้องทิ้งทุกอย่างมาดูแลเธอ ซึ่งตรงนี้ก็ชอบมากๆเลย  หลบตะวันฉันรักเธอ  

Comments (0)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *