กันยายน 26, 2021 1:14 am

รีวิวภาพยนตร์แอ็คชั่น Love And Monsters เลิฟ แอนด์ มอนสเตอร์

รีวิวภาพยนตร์แอ็คชั่น Love And Monsters เลิฟ แอนด์ มอนสเตอร์

รีวิว Love And Monsters – เลิฟ แอนด์ มอนสเตอร์ ภาพยนตร์แอ็คชั่นผจญภัย สัญชาติอเมริกัน กำกับโดย ไมเคิล แมตธิวส์ (Five Fingers for Marseilles) เขียนบทโดย ไบรอัน ดัฟฟิลด์ (Underwater, The Babysitter) และ แมตธิว โรบินสัน (Dora and the Lost City of Gold) โดยมีชอว์น เลวี (Stranger Things) ขึ้นแท่นเป็นโปรดิวเซอร์ นำแสดงโดย ดีแลน โอ’ไบรอัน, เจสสิก้า เฮนวิค, ไมเคิล รูกเกอร์ และอาเรียนา กรีนบลาตต์

เรื่องย่อ

ในโลกอนาคต เมื่อมีอุกกาบาตลึกลับมาตกลงบนโลกมนุษย์ ปัญหาคือเจ้าอุกกาบาตลูกนี้ดันพาเชื้อโรคมหาภัยมาด้วย ส่งผลให้สัตว์และแมลงกลายร่างเป็นอสุรกายตัวขนาดยักษ์กันไปทั่วโลก ภายในระยะเวลาไม่กี่ปี มนุษยชาติโดนฆ่าตายไปถึง 95% ส่วนที่เหลือรอดต้องหลบไปใช้ชีวิตในบังเกอร์ใต้ดิน

โจล เด็กหนุ่มวัย 17 ปีที่ต้องแยกจาก เอมมี่ แฟนสาว และผ่านไป 7 ปี โจลสามารถติดต่อเอมมี่ได้ทางวิทยุสื่อสาร ทำให้รู้ตำแหน่งของบังเกอร์ของเอมมี่ว่าอยู่ห่างออกไป 136 กม. ด้วยความรักและคิดถึงเอมมี่มาก โจลตัดสินใจออกไปเสี่ยงชีวิตในโลกภายนอกเพียงคนเดียว ด้วยความตั้งใจจะดั้นด้นไปหาคนรักให้จงได้ ท่ามกลางเสียงคัดค้านของเพื่อน ๆ ร่วมบังเกอร์

 

ภาพยนตร์แอ็คชั่นผจญภัยสัญชาติอเมริกัน กำกับโดย ไมเคิล แมตธิวส์ (Five Fingers for Marseilles) เขียนบทโดย ไบรอัน ดัฟฟิลด์ (Underwater, The Babysitter) และ แมตธิว โรบินสัน (Dora and the Lost City of Gold)

โดยมีชอว์น เลวี (Stranger Things) ขึ้นแท่นเป็นโปรดิวเซอร์ นำแสดงโดย ดีแลน โอ’ไบรอัน, เจสสิก้า เฮนวิค, ไมเคิล รูกเกอร์ และอาเรียนา กรีนบลาตต์ โดยภาพยนตร์เรื่องนี้มีกำหนดต้องฉายโรงเมื่อเดือนกุมภาปีก่อน

แต่เพราะโควิดจึงต้องเลื่อนไปก่อนจะลงเอยด้วยการฉายในสตรีมมิ่งและโรงหนังอย่างจำกัดในเดือนตุลา ซึ่งเชื่อว่าถ้าใครมีบัญชีคงได้ดูกันแล้วแน่นอน แต่ตอนนี้ NETFLIX ทุ่มทุนซื้อมาฉายในเดือนเมษายนรับวันหยุดที่สุด

โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับคำชมอย่างล้นหลามจากทุกสถาบันนักวิจารณ์และเข้าชิงรางวัล 93rd Academy Awards สาขา Best Visual Effects

ผลงานสร้างจากค่ายพาราเมาท์เรื่องนี้ เป็นอีกเรื่องที่โดนผลกระทบจากสถานการณ์โควิด – 19 อย่างชัดเจน เดิมทีหนังวางโปรแกรมออกฉายในโรงภาพยนตร์มาตั้งแต่ต้นปี ในวันที่ 6 มีนาคม 2020 ในช่วงที่ไวรัสกำลังแพร่ระบาดอย่างรุนแรง หนังขยับออกมาหน่อยเป็น 17 เมษายน 2020

แต่แล้วสถานการณ์ก็ยังไม่คลี่คลาย โรงหนังปิดกันทั้งสหรัฐฯ ว่าแล้วก็ขอขยับอีกรอบ ข้ามปีไป 12 กุมภา 2021 กันเลย สุดท้ายในเดือนสิงหาคม พาราเมาท์ก็ตัดสินใจเด็ดขาด ไม่ฉายโรงภาพยนตร์มันแล้ว ปล่อยฉายในระบบสตรีมมิงตามเทรนด์นิยมมันไปเสียเลย แล้วหนังก็ปล่อยให้เช่าดูเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2020 นี้เป็นวันแรก ในราคา 19.99 เหรียญ เงินไทยก็ประมาณ 624 บาท

เนื้อเรื่อง

7 ปีหลังจากอสุรกายยักษ์ยืดโลกจนเหลือผู้รอดชีวิตเพียง 5 เปอร์เซนต์ของประชากร โจเอล ดอว์สัน (ดีแลน โอ’ไบรอัน) และมนุษย์คนอื่นๆ ต่างใช้ชีวิตหลบซ่อนอยู่ในใต้ดินแต่หลังจากที่เขาได้รับการติดต่อจาก เอมี (เจสสิก้า เฮนวิค) แฟนสาวของเขาที่อยู่ห่างไกลออกไป 80 ไมล์ (140 กิโลเมตร) ในอาณานิคมแห่งหนึ่ง

ด้วยความเหงาและความกลัวว่าจะกลายเป็นเหยื่อเหมือนเพื่อนร่วมกลุ่มที่ถูกจับกินในยามค่ำคืน โจเอลที่ไม่มีอะไรจะเสียจึงตัดสินใจออกเดินทางไปหาเธอแม้จะมีอันตรายรออยู่ข้างหน้า แต่เขาไม่ได้เดินทางเพียงคนเดียว เพราะยังมีเจ้าหมาเพื่อนคู่ใจที่เหมือนจะมาเป็นผู้พิทักษ์

โจเอลและสองผู้รอดชีวิตจอมเฮี้ยว (ไมเคิล รูกเกอร์ และอาเรียนา กรีนบลาตต์) ที่จะมาช่วยเขาประคับประคองให้เขาไปให้ถึงความรักที่เขาเฝ้ารอมานานแสนนาน การเดินทางครั้งนี้จึงเป็นบทเรียนสำคัญที่จะทำให้เขามีความกล้าและไม่ยอมแพ้ และไม่ใช่คนอ่อนแออีกต่อไป

พล็อตของเรื่อง

ด้วยความที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ลงทุนเพียง 30 ล้านเหรียญ ความอลังการของเรื่องจึงออกมาแบบไม่ได้มีฉากทำลายล้างเวอร์วัง แต่ทดแทนด้วยพล็อตเรื่องที่เรียบง่ายแต่สะกิดใจ ด้วยการเล่าเรื่องดูหนังออนไลน์ที่ให้อารมณ์หนังเอาชีวิตรอดที่เปิดเรื่องอย่างรวดเร็ว ครบรสไปด้วยความตลก ความโรแมนติก มิตรภาพ และครอบครัว

ซึ่งค่อย ๆ ถ่ายทอดออกมาอย่างละนิดละหน่อยออกมาได้อย่างลงตัว มีฉากลุ้นระทึกแบบหนังสยองขวัญที่คุณต้องเอาใจช่วยให้ตัวละครสามารถฝ่าฟันไปให้ถึงจุดหมาย จุดแยกดราม่าและปมของเรื่องที่ซึ้งกินใจ และทำลายความคาดหวังของตัวเอกและผู้ชม

ในที่นี้ผมหมายถึงเราไม่สามารถคาดเดาพล็อตของเรื่องได้เลยว่าตัวเอกจะทำสำเร็จหรือไม่ ด้วยความที่ตัวเอกเป็นแค่คนธรรมดาที่พยายามเอาชีวิตรอด ไม่ใช่หน่วยปราบสัตว์ประหลาด มีรายละเอียดในโลกที่ถูกเซ็ตให้กลายเป็นดินแดนของธรรมชาติ

และคำพูดบางอย่างที่ต้องตั้งใจจับใจความให้ดี ถึงจะเข้าใจถึงมูลเหตุจูงใจของการกระทำของตัวละคร แต่เหมือนช่วงหลังงบจะหมด เพราะเป็นช่วงแอ็คชั่นที่ดูไม่เร้าใจเท่ากับที่ปูมาตลอดหนึ่งชั่วโมงครึ่ง

ด้วยความที่หนังมีฉากการไล่ล่าและการหลบหนีของตัวเอกกับสัตว์ประหลาดที่จัดเต็มอย่างจุใจสมชื่อเรื่อง แต่พอเข้าองค์บทสรุปก็ดันยัดบทตัวละครร้าย ๆ สไตล์อเมริกันเข้ามาแย่งบทบาทและการจบเรื่องแบบสรุปรวดเร็วแบบที่คาดเดาได้ง่ายมาก

ถึงแบบนั้นมันก็เป็นการเล่าเรื่องที่ดีเลยล่ะ สำหรับการเป็นภาพยนตร์เรตอายุ 13 ปีที่สามารถดูได้ทั้งครอบครัว ถ้าไม่ติดกับฉากมนุษย์ถูกฆ่าหรือสัตว์ประหลาดโดนกินแบบเลือดไม่สาดก็น่ากลัวพอสมควร

รีวิว Love And Monstersรีวิว Love And Monsters
ความน่าสนใจ

ต้องชื่นชมการวางตัวละครที่ใส่เข้ามาได้อย่างถูกจังหวะนอกเหนือจากตัวละครเอก โจเอลที่เป็นผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่มีความเชื่อมั่นและใคร ๆ ก็มองว่าเขาอ่อนแอที่ต้องหยิบหน้าไม้เดินทางเพื่อตามหาความรักที่หลุดหายไป

โดยไม่สนใจว่าใครจะมองว่าการกระทำของเขามันบ้า และเป็นการฆ่าตัวตาย แต่เขาก็จะไปเพราะเขาเชื่อว่ามันจะเป็นสิ่งที่เขารอคอย แม้เขาจะเป็นตัวละครขี้แพ้ แต่ถูกทดแทนด้วยความมีจิตใจดี และมีความมุ่งมั่นอยู่เสมอ ไม่ว่อกแว่กแม้ในช่วงแรกเขาจะยังไม่ค่อยเข้าใจโลกเท่าไหร่

แต่เพราะได้สองผู้รอดชีวิตที่สั่งสอนบทเรียนของเขา ทั้งลุงแก่ที่เชี่ยวชาญเรื่องสัตว์ประหลาด และเด็กสาวแก่แดดที่สอนเขาใช้หน้าไม้และผูกพันกัน ร่วมกับหมาจรจัดอย่างบอย ที่คอยเป็นผู้ช่วยและนำพาเข้าฝ่าฟันพวกสัตว์ประหลาดไป

และมีการพัฒนาของตัวละครจากไอ้ขี้แพ้กลายเป็นคนเก่ง ซึ่งส่วนตัวมองว่ามันไวไปหน่อย แต่เข้าใจว่าหนังต้องทำเวลา นอกจากนี้ เอมี่ ตัวเอกหญิงของเรื่องก็ยังมีความน่าสนใจเพราะเธอไม่ได้เป็นเพียงผู้หญิงที่อ่อนแอรอให้ใครมาช่วย มีความเป็นผู้นำ ยึดมั่นและต่อสู้เพื่อปกป้องทุกคน

แม้จะมีข้อบกพร่องบ้าง ซึ่งส่วนผสมซีรี่ย์ Netflixเหล่านี้ถูกหยิบมาเป็นช่วง ๆ จนบางครั้งก็แอบอยากให้บางช่วงของตัวละครนั้น ๆ มีความยาวเรื่องมากกว่านี้ แต่เข้าใจได้ว่ามันไม่ได้มีความสำคัญที่ต้องอยู่ตลอดทั้งเรื่อง ไหนจะสัตว์ประหลาดที่ทำออกมาได้น่าเกลียดน่ากลัว

แต่ก็มีชีวิตจิตใจ ที่ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านงานภาพสุดสมเหตุสมผล ในด้านแววตาและการเคลื่อนไหว ซึ่งทำให้เรารู้สึกอินว่า สัตว์ประหลาดพวกนี้มันกลายพันธุ์จริง ๆ และมันอาจจะไม่ได้มีแย่หรือต้องฆ่าไปหมดทุกตัวก็ได้

ด้านงานภาพและเสียงคุณภาพ

ด้วยความที่หนังถูกสร้างตั้งใจฉายในโรงภาพยนตร์ คุณภาพในด้านการถ่ายทำและงานภาพจึงออกมาดีมาก ๆ ทั้งแสง สี และสเปเชี่ยลเอ็ฟเฟกต์ไม่มีคำว่าลอยจนน่าเกลียด แต่ก็ไม่ได้สมจริงมีรายละเอียดอะไรขนาดนั้น

แต่ถือว่าสมเหตุสมผลกับโลกในหนังที่ไม่จำเป็นต้องทำอะไรมากมาย ไม่แปลกว่าทำไมถึงได้รับการเข้าชิงรางวัลงานภาพยอดเยี่ยม เพราะมันดีจริง ๆ มีมุมกล้องหลายแบบที่ให้อารมณ์ลุ้นระทึก อารมณ์เศร้า และอารมณ์สนุกสนานที่โคลสอัพตามสถานการณ์อย่างดีเยี่ยม

ในด้านดนตรีแอบผิดคาดที่ไม่ได้มีเพลงอะไรประกอบมากมายนอกจากฉากสัตว์ประหลาด ก็ไม่ได้มีเพลงแทรกดัง ๆ เก่า ๆ ที่หนังสมัยนี้ใส่เข้ามาให้รู้สึกอินไปพร้อม ๆ ตัวละครมากเท่าที่ควร แต่ก็ช่วยส่งเสริมเหตุการณ์ในสิ่งที่ตัวละครกำลังต้องเผชิญอย่างพอดิบพอดี คงเพราะอารมณ์ของเรื่องมันค่อนข้างต้องสมจริงและโฟกัสที่การเอาชีวิตรอดทำให้เสียงส่วนใหญ่จะเป็นเสียงสภาพแวดล้อมซะมากกว่า

โดยรวม

นับว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่น่าเสียดาย ที่ไม่มีโอกาสได้ดูบนจอภาพยนตร์ เชื่อว่าถ้าดูบนจอใหญ่จะต้องได้อรรถรสมากว่านี้ เพราะเป็นหนังที่มีความหลากหลายทั้งอารมณ์ขัน ดราม่าซาบซึ้งพอควร ลุ้นระทึกไปกับบรรดาสัตว์ประหลาด ที่ผสมผสานกันได้ลงตัว

หนังยังคงปัจจัยหนังครอบครัวไว้ได้ ด้วยการอดแทรกสาระที่พ่อแม่สามารถหยิบมาชี้นำบุตรหลานได้ในเรื่องความกล้าหาญ ความมั่นใจ ความรักในครอบครัว และการให้อภัย ไม่ใช่ว่าสัตว์ประหลาดที่เห็นจะดุร้ายไปเสียทุกตัว

งานซีจีโดยรวมถือว่าเนี้ยบ ไม่มีฉากหยาบ ๆ ให้สะดุดตา มีงานขายภาพมุมกว้างบ่อยครั้ง ก็ถือว่าได้งานที่ออกมาคุ้มทุนสร้างที่ 28 ล้านเหรียญ ก็หวังว่าพาราเมาท์ตัดสินใจปล่อยลงสตรีมมิงแล้วจะได้ทุนคืนนะ

สรุป

ภาพยนตร์สัตว์ประหลาดที่แม้ลิขสิทธิ์จะเข้าไทยช้า แต่คุณภาพระดับหนังโรง ด้วยงานสร้าง งานภาพ การแสดง และประเด็นของตัวละครที่เข้าถึงง่าย และน่าสนใจ และครบรสไปด้วยความอบอุ่น ความระทึก

และความโรแมนติก งาน CG มีความสวยงามไม่ลอย บทของตัวละครมีความโดดเด่นสำคัญและสมเหตุสมผล ดูได้กันทั้งครอบครัว จนเสียดายที่หนังไม่ได้เอาไปฉายในทุกโรงภาพยนตร์

 

ufa   

 

Comments (0)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *