กันยายน 23, 2021 12:38 pm

รีวิวซีรีส์ : At A Distance Spring is Green (2021) ผู้กำกับ : คิมจองฮยอน

รีวิวซีรีส์ : At A Distance Spring is Green (2021)

 

รีวิวซีรีส์ : At A Distance Spring is Green (2021) เรื่องย่อ : ซีรีส์เรื่องนี้จะถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตวัยรุ่น วัย 20 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยซึ่งจะเล่าถึงด้านที่มีทั้งปัญหาความกังวลและรวมถึงความขัดแย้งต่าง ๆ ในวัยนี้ที่ต่างต้องเผชิญ

นักแสดง
พัคจีฮุน รับบทเป็น ยอจุน
หนุ่มหล่อบ้านรวย นักศึกษาเอกคณะบริหารธุรกิจ แห่งมหาวิทยาลัยมยองอิล ผู้มาจากครอบครัวที่ระดับเศรษฐี มีบุคลิกอ่อนโยนอ่อนหวานสดใส เขาจะเผยภาพพจน์ที่ดีให้คนรอบข้างได้เห็นตลอดเวลา แต่ส่วนลึกเขากลับไม่ได้รับความเอาใจใส่เท่าที่ควรจากพ่อแม่

คังมินอา รับบทเป็น คิมโซบิน
นักศึกษามหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 3 เธอมีบุคลิกที่จริงใจและซื่อตรง เธออาศัยอยู่กับพ่อของเธอหลังจากที่พ่อแม่ของเธอหย่าขาดจากกันแล้ว

 

นาอินอู รับบทเป็น ยอจุนวาน
พี่ชายของ ยอจุน ที่เป็นอัจฉริยะและมีหน้าที่คอยดูแลน้องชาย ซึ่งทำงานเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งนี้ที่มีอายุน้อยที่สุด เป็นคนมีเหตุผลและกล้าตัดสินใจ

 

 

แบอินฮยอก รับบทเป็น นัมซูฮยอน
นักศึกษาหนุ่มที่ทั้งเท่และสมบูรณ์แบบในทุกทาง เขาทั้งหน้าตาดีและยังได้ผลการเรียนระดับท็อปตลอด แต่สถานะทางการเงินไม่ดีเท่าที่ควรจึงทำงานพาร์ทไทม์หลายที่เพื่อซัพพอร์ตทั้งค่าเรียนตัวเองและครอบครัว ด้วยความยากลำบากในชีวิตทำให้เขาเป็นคนชอบพูดจาถากถางคนรอบตัว

 

 

 

ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ทำให้เรื่องนี้มีเสน่ห์อย่างมากคือลำดับการเล่าเรื่องที่วางได้อย่างน่าติดตาม และฉาก ending ที่ตราตรึงในทุกตอน โดยในช่วงองก์แรกของซีรีส์จะเน้นในเรื่องของการตามล่าหาคนร้ายในชุมชนชาวมันยาง ที่ทำเอาผู้ชมสับสน เปลี่ยนการคาดเดาผู้ต้องสงสัยกันแบบตอนต่อตอน พลิกแล้วพลิกอีก แม้แต่ตัวเอกก็ไว้ใจไม่ได้ และยิ่งถลำลึกยิ่งมีแต่เรื่องเซอร์ไพรส์ที่ทำเอาดูจบต้องตบเข่าฉาดกับความคาดไม่ถึง

แต่ยิ่งไปเรื่อย ๆ ปมบางอย่างก็เริ่มคลี่คลาย แต่ไม่นาน ก็มีปมใหม่เข้ามาให้ได้ปวดหัวกัน ซึ่งความสนุกของเรื่องก็ไม่ได้น้อยลงเลย แม้ว่าจำนวนตอนจะมากขึ้น เพราะการร้อยเรียงและลำดับการตัดต่อที่มีลูกล่อลูกชนและทำได้อยู่มือ ช่วงองก์หลังของซีรีส์จึงถูกทำให้น่าติดตามด้วยการรชักชวนให้ผู้ชมเกิดความสนใจว่า ถ้าเป็นคนนี้แล้ว จะเกิดอะไรขึ้นต่อ? แล้วอีดงชิก ฮันจูวอนจะรับมืออย่างไร? พวกเขาจะทำอะไร? คดีและซีรีส์เรื่องนี้จะไปก้าวไปสู่จุดจบแบบใด?

โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนสุดท้ายนั้นมีความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันทั้งหมด ซึ่งซีรีส์จะค่อย ๆ เผยถึงที่มาที่ไปของข้อสงสัยที่ถูกหยิบยกมา แต่กว่าจะไปถึงจุดสิ้นสุดของสิ่งที่เกิดขึ้น เหล่าตัวละครต้องขับเคี่ยวกันด้วยการเล่นแง่แหย่เชิงกันอยู่ยกใหญ่ ชนิดที่ว่าไม่มีใครยอมใคร งัดกึ๋นมาโต้กันแบบเอาตาย บทสนทนาระหว่างตัวละครในเรื่องนี้จึงเต็มไปด้วยคารมและคมคาย เล่นกับจิตวิยาอารมณ์ความรู้สึก รวมถึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการดำเนินเรื่องที่ทำให้ต้องกลับมาคิดตีความต่อ

ที่ผู้เขียนชอบอีกอย่างสำหรับซีรีส์เรื่องนี้นั่นก็คือความสัมพันธ์ของผู้คนในชุมชนมันยาง ที่มีต่อกันหลากหลายรูปแบบ ซึ่งทำให้รู้สึกน่าอบอุ่นอยู่ในที และก็น่าขนลุกอยู่ในทีไปพร้อม ๆ กัน แถมแต่ละคนต่างก็มีบทบาทไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันมากนัก การกระทำของแต่ละตัวละครต่างยึดโยงและมีบทบาทต่อเรื่องที่จะสร้างจุดเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ได้ทั้งสิ้น ทำให้แต่ละตัวคนในเรื่องนี้นั้นน่าจดจำไม่ต่างกัน

ในส่วนของโปรดักชั่น อาร์ตไดเรกชั่นของ Beyond Evil ก็เรียกได้ว่าน้อยแต่มาก เรียบแต่โก้ อาจจะไม่ได้ยิ่งใหญ่อลังการเมื่อเทียบกับซีรีส์ที่ฉายในล็อตเดียวกัน แต่ทำออกมาได้ดีใน genre ของตัวเอง ทั้งโทนสี โลเคชั่น มุมภาพที่ชวนสงสัย และสกอร์เสียงเพลงที่ผู้เขียนขอออกความเห็นตรงนี้ว่าซีรีส์เรื่องนี้ใช้สกอร์ เพลงประกอบในการเล่าเรื่อง บีบคั้นอารมณ์ได้ถูกจังหวะจะโคนดีมาก ๆ พูดได้คำเดียวว่า ‘ทำสกอร์ได้โคตรเท่’

 

บาคาร่า 

Comments (0)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *