กันยายน 26, 2021 1:45 am

รีวิวซีรีส์อบอุ่น Go Ahead ถักทอรักที่ปลายฝัน พี่น้องต่างสายเลือด

รีวิวซีรีส์ Go Ahead ถักทอรักที่ปลายฝัน

รีวิวซีรีส์อบอุ่น Go Ahead  ซีรีส์น้ำดีจากฝั่งจีนแผ่นดินใหญ่ ที่ต้องบอกว่าครบอารมณ์ความรู้สึกของคำว่าครอบครัวอย่างเต็มล้น ถึงแม้ว่าครอบครัวนั้นจะเป็นครอบครัวของคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวก็ตาม Go Ahead ถักทอรักที่ปลายฝัน เป็นซีรีส์ที่กำลังบอกกับคนดูว่า ถ้าครอบครัวของคุณขาด ปะรอยขาดให้ได้อย่างคุณพ่อสองคนนี้สิ!!!

เรื่องราวของพี่น้องต่างสายเลือด ที่เติบโตมาในครอบครัวเดียวกันจากสายสัมพันธ์ที่แตกต่าง หลี่เจียนเจียน (ถานซงอวิ้น 谭松韵) อาศัยอยู่กับพ่อของเธอ หลี่ไห่เฉา (ตู่ซ่งเหยียน 涂鬆岩) เพียงสองคนหลังจากที่แม่ของเธอเสียชีวิตไปได้ปีกว่า ๆ และเปิดร้านบะหมี่เล็ก ๆ ในชุมชน วันหนึ่งมีครอบครัวของ หลิงเซียว (ซ่งเวยหลง 宋威龙) ย้ายเข้ามาใหม่เป็นเพื่อนบ้านอยู่ที่ห้องชั้นบน ครอบครัวของหลิงเซียวแตกต่างจากครอบครัวของเธอโดยสิ้นเชิง หลิงเหอผิง (จางซีหลิน 张晞临) พ่อของหลิงเซียวมีอาชีพเป็นตำรวจ มักมีปากเสียงกับแม่ของเขาให้ได้ยินกันบ่อย ๆ ครอบครัวของหลี่เจียนเจียนจึงคอยดูแลหลิงเซียวอยู่เสมอ จากการดูแลเพียงชั่วครั้งชั่วคราวกลับกลายเป็นการดูแลตลอดไป เพราะพ่อและแม่ของหลิงเชียวลงเอยด้วยการหย่าร้าง

ขณะเดียวกันหลี่ไห่เฉาพ่อของหลี่เจียนเจียน ก็ได้รับเอา เหอจื่อชิว (จางซินเฉิง 张新成) ลูกชายของแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องทิ้งลูกไว้ด้วยปัญหาทางครอบครัวมาอุปการะเป็นลูกชายอีกคน จากครอบครัวเล็ก ๆ ที่มีกันเพียงสองคนพ่อลูก กลายเป็นครอบครัวใหญ่ที่มีกันห้าคน พ่อลูก เด็กสามคนที่ไม่มีความสัมพนธ์ทางสายเลือด ได้เติบโตมาด้วยกันจากความรักของพ่อสองคน จนกลายเป็นความสัมพันธ์ที่มีความรักเป็นเครื่องเยียวยา ให้ผ่านอุปสรรคของชีวิตที่เป็นเสมือนบททดสอบให้พวกเขา

เป็นซีรีส์น้ำดีแห่งปี 2020 ดิฉันขอยกตำแหน่งนี้ให้ซีรีส์เรื่องนี้ไปเลยจ้ะ ดีต่อใจเอามาก ๆ เป็นซีรีส์ครอบครัวที่ใช้คำว่าเต็มล้นได้อย่างไม่ขัดเขิน บทดำเนินไปอย่างเรียบง่ายเลยค่ะ แต่เป็นความเรียบง่ายที่ไหลลื่นดูเพลินเกินห้ามใจ มีความสมจริงและมีข้อคิดดี ๆ แฝงอยู่ในตลอดเส้นทางที่บทดำเนินไป อยากจะกราบแทบตักคนเขียนบทเรื่องนี้ ที่สร้างสรรค์ซีรีส์ดี ๆ มาเป็นอาหารใจจานโต

เนื้อหาของเรื่องเน้นหนักไปที่ความรักความสัมพันธ์ของคน 5 คน เรียกได้ว่าเป็นหัวใจของเรื่องที่จะขาดคนใดคนหนึ่งไปไม่ได้เลย เพราะพวกเขาต่างมีกันและกัน เป็นตัวละครเอกที่ต่างมีชีวิตโดดเด้งออกมานอกจอจนสัมผัสได้ ปลื้มปริ่มกับความอบอุ่นที่ฉาบชัดอยู่ทั่วทุกอนูของซีรีส์ ทั้ง ๆ ที่ปมลึกปมหลังของตัวละครแต่ละตัวมันช่างแหว่งวิ่นและซ่อนความเจ็บปวด เริ่มจาก หลี่ไห่เฉา พ่อของนางเอกก่อนเลย ตัวละครตัวนี้เป็นตัวละครที่อุณหภูมิอุ่นที่สุดในเรื่องแล้วก็ว่าได้ ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็ประสบปัญหาที่เจ็บปวดใจ แต่กลับเป็นพ่อที่เข้มแข็ง ใจดี เข้าใจโลก เลี้ยงลูกด้วยความเข้าใจธรรมชาติของเด็ก จนนางเอกเติบโตมาเป็นคนที่สดใสและไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองขาดแม่ ขอพ่อแบบนี้แค่คนเดียวชีวิตก็ไม่ต้องการอะไรแล้ว เอาจริง ๆ

นอกจากความเป็นพ่อที่ต้องเรียกว่ายอดคุณพ่อแล้ว หลี่ไห่เฉายังเป็นเพื่อนที่ดีชนิดที่มีเพื่อนแบบนี้แค่คนเดียวก็คุ้มเกินจะพอ หลี่ไห่เฉาเป็นเพื่อนที่ดีขนาดไหน ขนาดที่หยิบยื่นมิตรภาพให้กับ หลิงเหอผิง อย่างไม่มีคำว่าลังเล หลิงเหอผิงมีอาชีพเป็นตำรวจ หลังจากหย่าร้างกับภรรยาและเธอก็ทิ้งลูกไว้ ทำให้เวลาในการดูแลลูกชายคนเดียวแทบไม่มี เพื่อนที่ดีอย่างหลี่ไห่เฉาจึงรับอาสาดูแลลูกให้ด้วยความเต็มใจ กลายเป็นความสัมพันธ์ของคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวสองคนที่เห็นแล้วก็ชื่นใจแทน อบอุ่นแบบแมน ๆ เป็นเพื่อนแท้ที่ใครได้สองคนนี้ไปคือกำไรชีวิตที่สุดแล้ว

แล้วสิ่งที่หลี่ไห่เฉาทำมากขึ้นไปกว่าการดูแลเพื่อนและลูกของเพื่อนก็คือ รับลูกของเหอเหมยผู้หญิงที่เกือบจะได้มาเป็นแม่ใหม่ของหลี่เจียนเจียนมาเป็นลูกบุญธรรม แถมยังมอบความรักให้อย่างไม่ลำเอียง เลี้ยงดูอย่างกับเป็นลูกตัวเอง สองพ่อร่วมแรงแข็งขันดูแลเด็กสามคนไปด้วยกัน มอบความรักให้อย่างเต็มที่เป็นทั้งพ่อและแม่อย่างดีที่สุดเท่าที่มนุษย์ผู้ชายจะทำได้ บทละครเรื่องนี้เป็นบทคุณภาพที่ประทับใจจริง ๆ ค่ะ

นักแสดงคุณภาพ ยิ่งดูยิ่งคุ้ม
ใครจะบอกว่าอวยก็ยอมรับเลยละว่าอวยจริงจัง อยากให้ดูกันจริง ๆ เพราะนอกจากบทดี ๆ ที่ควรค่าแก่การนั่งดูแล้ว ฝีมือของนักแสดงแต่ละท่านช่างเหมาะสม แต่ละคนทำหน้าที่กับบทบาทที่ได้รับอย่างสมบูรณ์ มันเป็นธรรมชาติเอามาก ๆ ซีนอบอุ่น ซีนเรียกน้ำตา หรือแม้แต่ซีนฮา ๆ ประสาครอบครัวมีความสมจริงจนเชื่อได้อย่างสนิทใจว่าเขาคือตัวละครตัวนั้น นี่คือชีวิตของครอบครัวนี้และมีอยู่บนโลกแน่ ๆ อันนี้ต้องชมผู้กำกับเรื่องนี้ด้วยนะที่เคี่ยวนักแสดงออกมาได้เป็นธรรมชาติรื่นตาขนาดนี้

เราสามารถยิ้ม หัวเราะ ให้กับความสุขล้น ๆ ในครับครัวได้อย่างกลมกลื่น หรือแม้แต่น้ำตารื้นขึ้นมาอย่างตื้นตันในความรักความอาทรที่คนในครอบครัวมีให้แก่กัน สองพ่อในเรื่องเปรียบเสมือนตัวแทนของพ่อสองแบบจากหลาย ๆ แบบที่มีอยู่บนโลกนี้ ลูก ๆ ในเรื่องเปรียบเสมือนลูก ๆ ในชีวิตจริงที่ต่างถือกำเนิดมาด้วยต้นทุนในชีวิตที่แตกต่างกัน แต่สามารถเติบโตมาได้ด้วยการฟูมฟักจากผู้ชายสองคนจนน่าปลื้ม

ข้อคิดดี ๆ ที่ไม่ต้องแฝงแต่มาเต็ม ๆ
ซีรีส์เรื่องนี้ไม่ได้มีแต่มุมสุขใจเพียงอย่างเดียว แต่มันคือซีรีส์ชีวิตที่มีครบทุกรสเท่าที่ชีวิตของคนคนหนึ่งจะมีได้ หรือครอบครัวหนึ่งจะเผชิญได้ ปัญหาจากครอบครัวเก่าที่ตามมารังควาน ปัญหาภายในครับครัวที่ต้องแก้กันไปทีละอย่าง ความเปลี่ยนแปลงที่ต้องยอมรับเมื่อเด็ก ๆ เริ่มโตขึ้น มีหลายประโยคที่พ่อหลี่ให้ข้อคิดกับลูก ๆ และสามารถเอามาปรับใช้กับชีวิตของเราได้

“ชั่วชีวิตคนเราก็เหมือนกับการวิ่งมาราธอน ต้องเก็บแรงเอาไว้ใช้ในครึ่งหลัง”

หรือคำเตือนที่แฝงไว้ด้วยความห่วงใยในยามที่เด็ก ๆ คิดจะจัดการปับปัญหาที่เผชิญด้วยตัวเองว่า “ลูกโตแล้วก็จริง แต่ยังไม่ได้เป็นผู้ใหญ่มีปัญหาอะไรขึ้นมาให้บอกพ่อ ให้พ่อรู้ด้วยคนจะได้ไหม” ไม่มีการบังคับใดใดในประโยคคำพูดนี้เลยนะ มีแต่ความปราถนาดี การให้เกียรติ ความห่วงใยและความรักอย่างเต็มล้น ที่เราสัมผัสได้ เข้าใจได้ในบริบทของความเป็นครอบครัว

เราจะเรียกว่าซีรีส์เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของครอบครัวตัวอย่างจะได้ไหม? ตอบว่าได้ โดยเฉพาะเป็นตัวอย่างที่ดีกับครอบครัวที่กำลังรู้สึกว่าตัวเองไม่สมบูรณ์ ทุกครอบครัวมีปัญหาทั้งนั้นละค่ะ ปัญหาเล็กใหญ่มากน้อยต่างกันไปตามบริบทของชีวิต แต่เราจะรับมือและจัดการอย่างไรกับปัญหาที่เกิดขึ้น การเคารพความคิดเห็นซึ่งกันและกัน การยอมรับในช่วงวัยที่เด็กก็มีสิทธิ์ในชีวิตของตัวเอง พ่อหลี่ก็ทำให้เราเห็นได้ว่า พ่อที่รักและเข้าใจลูกที่สุดก็เป็นอย่างพ่อหลี่และพ่อหลิงนี่เอง

มีใจความตอนหนึ่งที่พ่อหลี่พูดกับเหอจื่อชิว เพื่ออธิบายความรู้สึกให้เหอจื่อชิวรับรู้และเลิกคิดมากว่า การที่เขารับจื่อชิวมาเป็นลูกไม่ใช่บุญคุณ แต่เป็นความรักที่แท้จริงแถมยังเป็นความโชคดีซะด้วยซ้ำที่ได้เด็กแบบนี้มาเป็นลูกชาย ด้วยการยกเอาคำพูดในเกร็ดของนิทานจีนที่มีอยู่ในคัมภีร์ ฮวนอันซือ ซึ่งเป็นวรรณกรรมยอดเยี่ยมเรื่องหนึ่งของจีนสมัยโบราณที่ชาวจีนรู้จักกันดี จนทำให้จื่อชิวเข้าใจได้ในทันทีว่า เขาไม่ใช่ภาระแต่เป็นโชคอันหอมหวานของหลี่ไห่เฉาผู้เป็นพ่อ

“ชายชราสูญเสียม้า แต่กลับเป็นโชคอันยิ่งใหญ่”

เรื่องนี้เนื้อหาเริ่มต้นตั้งแต่สมัยที่โทรศัพท์บ้านยังดังอยู่ ถ้านับปีจากอายุนางเอกที่ปัจจุบันในปี 2019 นางเอกอายุ 25 ปี ซีรีส์เล่าเรื่องเริ่มตั้งแต่นางเอกอายุ 6 ขวบ ก็ถอยหลังไป 19 ปี บรรยากาศในซีรีส์ก็จะอยู่ในช่วงของปี 2000 (พ.ศ.2543) ก็จะมีเรื่องราวของสังคมชาวจีนสมัยนั้น มีบรรยากาศชนบทซึ่งเป็นบ้านของจื่อชิว เห็นวิถีชีวิตที่กว่าจะเติบโต วัฒนธรรมเพื่อนบ้านในเมืองที่ต่างคนต่างสนใจ ห่วงใยชีวิตของกันและกัน ขนาดที่ป้าข้างบ้านของบ้านเรายังต้องชิดซ้าย

เขาแยกโทนสีของแต่ละสมัยได้อย่างแตกต่างแต่ยังมีความกลมกลืน นำความรู้สึกให้เราติดตามชีวิตไปได้เรื่อย ๆ เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงสมัย วัยเด็กเป็นบรรยากาศที่แช่มชื่น พอเติบโตขั้นก็เริ่มมีสีสันที่มากขึ้นไปตามวันเวลา เป็นโทนสีที่สร้างความรู้สึกอบอุ่นให้ซีรีส์มากขึ้นไปอีก

ความฟินที่มาพร้อมรอยยิ้ม
ถึงจะเป็นซีรีส์ครอบครัวแต่เรื่องนี้ก็มีเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ประสาวัยรุ่นด้วยนะจ๊ะ ไม่ใช่เอะอะจะพ่อลูกพี่น้องกันอย่างเดียว นอกจากเราจะได้ยิ้มบ้าง หัวเราะบ้าง น้ำตาไหลให้จมูกมันตันเล่น ๆ บ้าง กับเนื้อหาที่ดำเนินไปอย่างกับมีชีวิตของเรื่องนี้แล้ว ช่วงฟิน ๆ ก็มาจ้ะ เรื่องนี้ได้ ถานซงอวิ้น หรือ Seven Tan นางเอกจาก องครักษ์เสื้อแพร มารับบท หลี่เจียนเจียน น้องเล็กสุดแสบประจำบ้าน ประกบคู่กับสองพระเอก ซ่งเวยหลง และ จางซินเฉิง หรือ Steven Zhang ที่ต้องบอกว่างานดี (มาก) ให้ฟินกับโมเมนต์ที่แตกต่างกันเพลิน ๆ

 

ufabet  

Comments (0)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *