กันยายน 23, 2021 12:23 pm

รีวิวซีรีส์จีน เล่ห์รักวังต้องห้าม เจ้าหญิงผจญภัย แนวศึกรักชิงอำนาจ

รีวิวซีรีส์จีน เล่ห์รักวังต้องห้าม เจ้าหญิงผจญภัย แนวศึกรักชิงอำนาจ

เล่ห์รักวังต้องห้าม เจ้าหญิงผจญภัย Netflix เหยียนสี่กวงเลวี่ย หรือ Story of Yanxi Palace Princess Adventures เป็น ซีรีส์จีนแนวดราม่า วังหลัง ภาคต่อ Spin-Off จากซีรีส์เรื่องเดียวกันที่เคยฉายในปี 2018 จนเป็นกระแสโด่งดังมาแล้ว

ส่วนที่มาของผลงานภาคหลักของเรื่อง Story of Yanxi Palace เดิมเป็นงานเขียนบทโดย Zhou Mo แล้วก็ถูกนำมาดัดแปลงเป็นนิยายโดย Xiaolianmao ซึ่งในปัจจุบันมีฉบับลิขสิทธิ์แปลไทยกับ สนพ.Princess ครับ ซึ่งสำหรับภาคต่อที่ว่านี้ก็ได้นำมาสร้างแบบมินิซีรีส์เพียง 6 ตอนจบ ฉายครบแล้วใน Netflix ซึ่งคนที่ไม่เคยดูภาคหลักมาก่อนก็ไม่มีปัญหาครับ แม้ว่าอาจจะงงๆนิดหน่อยกับตัวละครหลักจากภาคแรก แต่ก็เป็นตัวละครที่มีบทบาทจริงๆแค่ 2 คนเท่านั้นก็คือ “เว่ยอิงลั่ว” นางเอกหลักของเรื่อง ซึ่งในภาคแยกนี้ก็ได้ไต่เต้าขึ้นมาเป็นพระสนมเอกของฮ่องเต้แล้ว

ดังนั้นเรื่องราวในภาคแยก Story of Yanxi Palace Princess Adventures หรือภาค เจ้าหญิงผจญภัย ก็จะไปโฟกัสที่เส้นทางศึกรักขององค์หญิงเจ็ด “เจาหัว” ซึ่งเป็นลูกสาวคนหนึ่งของ อิงลั่ว นางเอกจากภาคหลักนั่นเองครับ

สำหรับความโด่งดังของเรื่องนี้ในภาคหลัก ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่สำหรับซีรีส์จีนที่ฉายในทวีปเอเชีย แล้วยังมีรายงานว่าเป็นหนึ่งในชื่อที่ถูกค้นหามากที่สุดของ Google ในกลุ่มรายการทีวี จากเมื่อปี 2018 สำหรับยอดผู้ชมในสตรีม มียอดวิวสูงถึง 1.5 หมื่นล้านครั้ง

 

เล่ห์รักวังต้องห้าม เจ้าหญิงผจญภัย เรื่องย่อ
เนื้อเรื่องจับความในราชวงศ์ชิง ประมาณศตวรรษที่ 17 ในรัชสมัยของจักรพรรดิเฉียนหลงฮ่องเต้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในประวัติศาสตร์จีน โดยกล่าวถึง พระมเหสี “เว่ยอิงลั่ว” ผู้ที่เคยต่อสู้กับการขับเคี่ยวแย่งชิงทั้งศึกรักและศึกอำนาจในวังหลังจนสามารถไต่เต้าขึ้นมาเป็นลิ่งเฟย คู่กายของฮ่องเต้เฉียนหลงได้ หลังจากนั้นเธอมีโอรสและธิดาหลายองค์ หนึ่งในนั้นคือ องค์หญิงเจ็ด “เจ้าหัว” องค์หญิงจอมดื้อรั้นและเอาแต่ใจที่ชอบใช้อำนาจลงโทศนางกำนัลตามใจชอบ เนื่องจากนางถูกเลี้ยงมาโดยไทเฮาที่ตามใจแต่เด็ก ทำให้ภายนอกนางมีบุคลิกนิสัยตรงกันข้ามกับมารดาของนางซึ่งเป็นสตรีที่เฉลียวฉลาดและมากบารมีแทบทุกอย่าง

กระทั่งวันนึ่ง องค์หญิงเจาหัว ถึงวัยที่จะต้องแต่งงานกับเจ้าชายจากมองโกลองค์หนึ่ง คือ ล่าหวังตัวเอ่อร์จี้ หรือองค์ชายเฉาหยง แต่เธอกลับถูกปฏิเสธงานแต่งงานเนื่องจากนิสัยที่ก้าวร้าวของเธอเอง ทำให้เธอคิดวางแผนที่จะเอาชนะใจอีกฝ่ายให้ได้ โดยร่วมมือกับองครักษ์หนุ่มจากตระกูลแม่ทัพสำคัญในราชสำนักอย่าง ฝูคังอัน แล้วยังมีคู่แข่งความรักเป็นองค์หญิงงามอีกคนคือ องค์หญิงซื่อหวาน

 

เล่ห์รักวังต้องห้าม เจ้าหญิงผจญภัย ตัวละคร
เล่ห์รักวังต้องห้าม เจ้าหญิงผจญภัย Story of Yanxi Palace Princess Adventure รีวิว ตัวละคร netflixองค์หญิงเจาหัว (แสดงโดย หวังเหอหรุ่น)

ล่าหวังตัวเอ่อร์จี้ (แสดงโดยหวังอู่เว่ย)

ฝูคังอัน (แสดงโดยหวังเจ๋อ)

องค์หญิงซื่อหวาน (แสดงโดยหวังอีฉี)

พระสนมเว่ยอิ่งลั่ว (แสดงโดย อู๋จิ่นเหยียน)

ฮ่องเต้เฉียนหลง (แสดงโดย เนี่ยหยวน)

รีวิว เล่ห์รักวังต้องห้าม เจ้าหญิงผจญภัย ซีรีส์จีนแนวศึกรักชิงอำนาจวังหลังใน Netflix 2น่าดูแค่ไหน

แม้ว่าฉากหน้า และการเดินเรื่องใน 1-2 ตอนแรก จะไปเน้นที่ศึกรักในแบบที่ราวกับหนังวัยรุ่น แต่หลังจากเรื่องราวดำเนินไประยะหนึ่ง ตัวละครในเรื่องก็เผยพิศสงและความลับที่ตนเองเก็บไว้ไปจนถึงปมต่างๆมากขึ้นเรื่อยๆ

ซึ่งอันที่จริงนี่ก็เป็นแนวทางของซีรีส์จีนแนวย้อนยุคมาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้วครับ โดยในช่วงแรกโลกในเรื่องจะดูสดใส พฤติกรรมตัวละครก็ดูเด็กๆ แต่เมื่อมาถึงตอนท้ายเรื่อง ตัวละครหลักมักมีพัฒนาการชัดเจน โดยเฉพาะพวกแนวศึกรักและศึกชิงอำนาจในวังหลัง หลายเรื่องที่มีตัวเอกหญิงเป็นตัวเดินเรื่อง ตัวละครมักมีการเปลี่ยนแปลงจากเด็กสาวไม่ประสาโลก กลายเป็นหญิงสาวที่เฉลี่ยวฉลาดและแกร่งไม่แพ้ผู้ชาย แถมยังมักต้องผ่ามรสุมในแบบที่เรียกว่าโคตรดราม่า ซึ่งแต่ละเรื่องก็มากน้อยไม่เหมือนกัน

สำหรับเรื่องนี้ก็ถือว่าดราม่าในระดับหนึ่งอย่างคาดไม่ถึงเลยครับ โดยถ้าเราดูองค์หญิงเจาหัวที่เปิดตัวมาแบบเจ้าหญิงจอมเอาแต่ใจ ไม่รู้จักใช้ปัญญา แต่ตอนสุดท้ายกลับกลายมาเป็นองค์หญิงผู้เยือกเย็น ไปจนถึงแอบโหด สมกับเป็นผู้ที่ผ่านศึกแย่งชิงในวังหลังจนเอาตัวรอดมาได้ครับ

ข้อด้อยของเรื่องนี้ที่ชัดๆจะมีอยู่สองประเด็นคือ มันทำมาเป็นมินิซีรีส์ที่เป็นภาคแยก Spin-Off จากภาคหลักในชื่อเดียวกัน เพราะฉะนั้นคนที่เพิ่งเริ่มดูอาจจะงงๆกับความสำคัญของตัวละครหลักบางคนในเรื่อง อีกจุดคือ เรื่องนี้ค่อนข้างเป็นสเกลเล็กครับ คือโฟกัสเรื่องราวแค่ 4 ตัวละครหลัก กับอีกสองตัวละครรอง มีแค่นี้เอง

แต่ภาพรวมแล้วก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดูแบบเพลินๆได้สำหรับคนที่ไม่ได้อยากดูซีรีส์ยาวๆ ซึ่งซีรีส์จีนมักจะทำยาวประมาณ 50-70 ตอนเป็นส่วนมาก แล้วหลายเรื่องนั้นความสนุกของเรื่องก็ไม่นิ่งเท่าไรนัก แต่เรื่องนี้ถือว่าทำได้กระชับและตรงประเด็นดีครับ  อ่านต่อได้ที่

 

 

Comments (0)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *